เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาพืชยาแบบครบวงจร ซึ่งดำเนินการโดยสถาบัน KAG Innovate ภายใต้มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ มูลนิธิประชากรไทย และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน (มทร.ล้านนาน่าน) ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานความร่วมมือเชิงนโยบายเพื่อผลักดันสมุนไพรไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยฯได้เข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์พืชเกษตร (Farma Agro Analysis Laboratory) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการควบคุมคุณภาพพืชยา โดยมุ่งเป้าการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 เพื่อตรวจวิเคราะห์ตั้งแต่องค์ประกอบของดิน น้ำ วัตถุดิบพืชยาแห้งไปจนถึงสารสกัดบริสุทธิ์ ที่ผ่านมา มูลนิธิกสิกรไทยได้สนับสนุนค่าตรวจวิเคราะห์ให้เกษตรกรฟรี 100% เพื่อรับรองว่าผลผลิตปราศจากสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงกว่าท้องถิ่นทั่วไป

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมโรงงานสกัดสมุนไพรระดับ Pilot Scale มาตรฐาน GMP ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมการสกัดพืชยาในพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน เพื่อสร้างสารสกัดมูลค่าสูง (High-value extracts) จากทรัพยากรท้องถิ่น

นพ.พงศธร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้มุ่งตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดน่านภายใต้แนวคิด “น่านแซนด์บ็อกซ์” ที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่บุกรุกป่าจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรยา (Medicinal Farm) และป่าพืชยา (Medicine Forest) สำหรับ แผนการขยายผลโครงการ ปัจจุบัน ครอบคลุมเกษตรกร 39 ครัวเรือน ในส่วนเป้าหมายปี 2569 เตรียมเดินหน้าขยายผลสู่ 300 ครัวเรือน พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปแล้ว 7 รายการ และบางรายการอยู่ระหว่างกระบวนการบรรจุเข้าสู่ บัญชียาหลักแห่งชาติ ทั้งนี้ โมเดลจังหวัดน่านคือต้นแบบที่สมบูรณ์ของการพัฒนาสมุนไพรไทยเชิงระบบ ที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัย มาตรฐานอุตสาหกรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

“กรมการแพทย์แผนไทยฯ พร้อมจะสนับสนุนการยกระดับห่วงโซ่มูลค่านี้ เพื่อเปลี่ยนสมุนไพรจากพืชพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับสากล สร้างความมั่นคงทางยาและเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน” นพ.พงศธร กล่าว.