เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม ระหว่างไทยและ กัมพูชาอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ฝ่ายไทยได้มีหนังสือไปยังฝ่ายกัมพูชา เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไทยได้จัดตั้งศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เพื่อชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องและต่อต้านข่าวลวงจากฝ่ายกัมพูชา เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยได้แต่งตั้งผู้ประสานงานศูนย์แถลงข่าวไว้แล้ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชาให้แจ้งรายละเอียดของผู้ประสานงานศูนย์แถลงข่าวกลับมายังประเทศไทยด้วย เพื่อสร้างความโปร่งใส ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกัน โดยเมื่อวันที่ 20 และ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ศูนย์การข่าวไทย-กัมพูชาได้ลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เพื่อสังเกตการณ์และรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่

นางมาระตี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะนำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและภาคเอกชนใน จ.อุบลราชธานีและศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 4-5 ก.พ.นี้ เพราะการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา จะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งนายสีหศักดิ์และคณะเอโอทีจะไปเยี่ยมและให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบด้วย 

นางมาระตี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศแสดงความผิดหวังที่ฝ่ายกัมพูชายังเผยแพร่วาทกรรมบิดเบือนและสร้างข่าวปลอมที่ไม่มีมูล อาทิ กรณีที่กัมพูชารายงานข่าวว่ามีอดีตนักการทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยอ้างว่าคณะเอโอทีบางคนถูกไทยปฏิเสธการตรวจลงตรา (วีซ่า) ซึ่งทางกระทรวงฯ ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมา ได้มีการประสานงานและหารือกับคณะเอโอทีมาตลอดถึงแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจัดให้ผู้สังเกตการณ์ฯ ลงพื้นที่เป็นระยะๆ และสังเกตการณ์การประชุมระหว่างไทยและกัมพูชาภายใต้กลไกทวิภาคีต่างๆ รวม 21 ครั้ง จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ซึ่งบั่นทอนความพยายามในการหาทางออกร่วมกันด้วยสันติวิธี