เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เรามักได้เห็นปัญหาที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง นั่นคือ การใช้เงินซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปแทรกแซง กลั่นแกล้ง หรือคุกคามผู้สมัครของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงถึงกติกาที่กำหนดไว้

ขณะนี้ พรรคได้รับการร้องเรียนในหลายพื้นที่ เช่น กาญจนบุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์อุบลราชธานี เป็นต้น ถึงพฤติการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือ ผู้บริหารของบางพรรคการเมือง ซึ่งมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ใช้อำนาจหน้าที่ โดยมิชอบชักจูง และสั่งการเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทุกระดับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ฃให้เข้ามามีบทบาทเสมือนเป็น “หัวคะแนน” เอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครของพรรคตนเอง รวมทั้งข่มขู่คุกคามผู้สมัครของ พรรคการเมืองอื่น  โดยมีการแลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์หรือความก้าวหน้า ในตำแหน่งหน้าที่ 

นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังได้รับรายงานถึงการใช้เงินซื้อเสียงจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การกระทำเช่นนี้  ถือเป็นการบ่อนทำลาย หลักการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไม่ควรใช้อำนาจรัฐที่เกินขอบเขตเข้าแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง เพราะการกระทำเช่นนี้ เป็นความผิดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายลูกและกฎหมายอาญา ซึ่งถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรงที่จะติดตัวไป

ตนขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐทุกส่วน ทุกระดับ รวมทั้งพรรคการเมืองทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พิจารณาเลือก สส. และพรรค โดยไม่เห็นแก่เงินซื้อเสียง การเลือกตั้งที่โปร่งใสและบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะนำไปสู่ความมั่นคง ความสงบ และความน่าเชื่อถือของระบบการเมืองในสายตาประชาชน หากปล่อยให้มีการใช้อำนาจรัฐ เอื้อฝ่ายตน หรือใช้เงินซื้อเสียงไม่ว่าด้วยรูปแบบใด ล้วนไม่เป็นผลดีต่อประเทศ และทำร้ายประชาธิปไตยในระยะยาว เพราะสิ่งที่ประเทศนี้ควรได้เห็นในการเลือกตั้ง ไม่ใช่ชัยชนะจากการใช้อำนาจรัฐ หรือจากเงินที่ทุ่มในการซื้อเสียง แต่คือ ชัยชนะที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

ตนหวังว่าทุกพรรคการเมือง ทุกหน่วยงานของรัฐ และข้าราชการทุกภาคส่วนจะยึดกติกาเคารพประชาชน และปล่อยให้การเลือกตั้งเดินหน้าไปอย่างบริสุทธิ์ โปร่งใส และเป็นธรรม นี่คือความรับผิดชอบร่วมกันต่ออนาคตของประเทศ  และต่อระบอบประชาธิปไตย ของคนไทยทุกคน ไม่ต้องกลัวกลไกอำนาจรัฐ ที่ผิดกฎหมาย อย่าให้ใครมาชี้นำการตัดสินใจของเรา เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบด้วยหัวใจของเราเอง