เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับ 4 สัญญาณผิวหนัง ระวัง! ตับมีปัญหา
หลายคนโฟกัสแต่ตรวจเลือด ตรวจไขมัน ตรวจน้ำตาล แต่ลืมไปว่า “ผิวหนัง” คืออวัยวะที่สะท้อนสุขภาพตับได้ชัดมาก เพราะตับคือศูนย์กลางการขับพิษ เผาผลาญไขมัน ฮอร์โมน และของเสียในร่างกาย ถ้าตับเริ่มทำงานหนักหรือเสื่อม ผิวจะเป็นอวัยวะแรก ๆ ที่ส่งสัญญาณเตือนออกมาแบบเงียบ ๆ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ควรมองข้ามครับ
1.คันตัวเรื้อรัง แต่ไม่มีผื่น คันทั้งตัวโดยไม่มีผื่น ไม่มีตุ่ม ไม่มีรอยแพ้ชัด โดยเฉพาะคันตอนกลางคืนหรือคันลึก ๆ ใต้ผิว นี่เป็นสัญญาณคลาสสิกของ “น้ำดีคั่ง” และการขับพิษตับผิดปกติ เมื่อน้ำดีระบายไม่ดี สารพิษจะคั่งในเลือดและกระตุ้นปลายประสาทใต้ผิว ทำให้คันแบบไม่รู้สาเหตุ หลายคนคิดว่าเป็นผิวแห้ง ทั้งที่จริงต้นตอมาจากตับ
2.ผิวเหลือง หมอง ซีด ไม่สดใส ผิวดูเหลือง ๆ หม่น ๆ ซีดง่าย ไม่สดใส ตาเหลืองเล็กน้อย ใต้ตาคล้ำ ทั้งที่นอนพอ ไม่ได้เครียดมาก สาเหตุเกิดจากตับกำจัดบิลิรูบินและของเสียได้ไม่ดี เลือดเริ่มมีของเสียคั่ง ทำให้สีผิวเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นสัญญาณเตือนตับทำงานหนักแบบเงียบ ๆ
3.สิว ผื่น ฝ้า กระ ขึ้นง่ายผิดปกติ สิวขึ้นซ้ำ ๆ ผื่นเรื้อรัง ฝ้า กระ ผิวแพ้ง่าย ทั้งที่ดูแลผิวดี ใช้สกินแคร์เหมือนเดิม ปัญหานี้มักมาจากการที่ตับเผาผลาญฮอร์โมนและสารพิษไม่สมดุล ทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ของเสียคั่งในเลือด ผิวเลยอักเสบง่าย เกิดสิว ผื่น และความผิดปกติของเม็ดสีแบบเรื้อรัง
4.เส้นเลือดฝอยขึ้นชัด / จุดแดงเล็ก ๆ บนผิว มีเส้นเลือดฝอยแตก เห็นเส้นเลือดชัด จุดแดงเล็ก ๆ คล้ายแมงมุม (spider angioma) ตามหน้า หน้าอก แขน นี่เป็นสัญญาณที่สัมพันธ์กับตับโดยตรง เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนคั่งและการไหลเวียนเลือดผิดปกติในคนที่ตับเริ่มเสื่อม หรือมีภาวะตับทำงานผิดปกติเรื้อรัง
วิธีดูแลตับไม่ให้เสี่ยงโรค
ลดหวาน–แป้งขัด–ของทอด → ตัดภาระไขมันพอกตับ
งดแอลกอฮอล์ → ลดการอักเสบและตับเสื่อมโดยตรง
กินโปรตีนคุณภาพดี → ซ่อมเซลล์ตับและระบบขับพิษ
เพิ่มผักขม–ผักใบเขียว → กระตุ้นการสร้างน้ำดี ช่วยล้างพิษตับ
ดื่มน้ำให้พอ → ขับของเสีย ลดน้ำดีคั่ง
นอนก่อนเที่ยงคืน → ฟื้นฟูเซลล์ตับตามจังหวะชีวภาพ
คุมไขมัน–น้ำตาล–น้ำหนัก → ลดความเสี่ยงไขมันพอกตับ
ระวังยา–สมุนไพรไม่จำเป็น → ลดพิษต่อตับ
ตรวจตับสม่ำเสมอ → ค่าเอนไซม์ตับ + อัลตราซาวด์ เพื่อรู้ก่อนลุกลาม



