สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่าสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( โอเอชซีเอชอาร์ ) เผยแพร่รายงานว่า “แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้” ยืนยันว่ามีพลเรือนในเมียนมาเสียชีวิตอย่างน้อย 170 ราย จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพจำนวน 408 ครั้ง ระหว่างเดือนธ.ค. 2568 จนถึงเดือนม.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการหาเสียงและลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป 3 ระยะ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 11 ม.ค. และ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ โอเอชซีเอชอาร์เชื่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิต “ที่แท้จริง” น่าจะมากกว่านี้ สะท้อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการ “ตอกย้ำการปกครองด้วยความรุนแรง” โดยประชาชนจำนวนมากจำใจไปลงคะแนนเสียงเพียงเพราะความกลัว


อนึ่ง การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาทั้งสามระยะ จัดขึ้นในเพียง 263 เมือง จากทั้งหมด 330 เมือง ส่วนอยุ่ในเขตพื้นที่ซึ่งรัฐบาลทหารและกองทัพสามารถควบคุมได้ ส่งผลให้กลุ่มชาติพันธุ์และผู้พลัดถิ่น โดยเฉพาะ ชาวโรฮีนจา ถูกกีดกันออกจากการเลือกตั้งอย่างสิ้นเชิง


รายงานของโอเอชซีเอชอาร์ระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 รัฐบาลทหารเมียนมาใช้มาตรการเข้มงวด ในการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง การจับกุมตามอำเภอใจ การบังคับเกณฑ์ทหาร และการสอดแนมอย่างแพร่หลาย ซึ่งห่างไกลจากคำว่า “รัฐบาลพลเรือน” อย่างสิ้นเชิง แม้จะพยายามสร้าง “ภาพลักษณ์ใหม่” ผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม.

เครดิตภาพ : AFP