สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า ภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาลมีกำหนดจะเริ่มในวันเสาร์ (31 ม.ค.) เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรปิดสมัยประชุมจนถึงวันจันทร์ (2 ก.พ.) หมายความว่า จะไม่สามารถรับรองกฎหมายที่วุฒิสภาเห็นชอบแล้วได้ทันเวลา ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ และการชัตดาวน์ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่หลายฝ่ายมองว่า “เกินกว่าเหตุ” หลังการยิงผู้ประท้วงต่อต้านเจ้าหน้าที่ไอซีอี ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา จุดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ต่อการอนุมัติงบประมาณใหม่ให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) หากยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของหน่วยงานไอซีอี

ภายใต้ข้อตกลงที่เจรจาระหว่างทำเนียบขาว กับแกนนำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภามีมติเสียงข้างมาก 71 ต่อ 29 เสียง อนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณที่ค้างอยู่ 5 ฉบับ เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับหน่วยงานส่วนใหญ่ของรัฐบาลกลาง จนถึงสิ้นปีงบประมาณในเดือน ก.ย. นี้

ขณะที่งบประมาณสำหรับดีเอชเอส ซึ่งกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ได้ถูกแยกออกมาพิจารณา และขยายเวลาออกไปอีก 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไอซีอีจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากได้รับเงินทุนสนับสนุน จากงบประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ผ่านกฎหมาย “วัน บิ๊ก บิวตีฟูล” (One Big, Beautiful Bill Act) หรือโอบีบีบีเอ

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การสนับสนุนข้อตกลงงบประมาณ และเรียกร้องให้แกนนำพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเห็นชอบด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะชัตดาวน์ครั้งที่ 2 ในวาระที่สองของเขา ซึ่งเพิ่งเผชิญกับภาวะหน่วยงานรัฐบาลถูกปิดนานเป็นประวัติศาสตร์ถึง 43 วัน ระหว่างเดือน ต.ค. ถึงต้นเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP