คลองรอบกรุงทำหน้าที่เป็นคูเมืองชั้นเอก เสริมความแข็งแกร่งด้วยการสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการเรียงรายตลอดแนวคลอง เพื่อป้องกันพระนครแบบเดียวกับกรุงศรีอยุธยา การขุดคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองด้านนี้ ทำให้พื้นที่พระนครกลายเป็นเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ จนทำให้เป็นที่มาของชื่อเรียกบริเวณโดยรอบนี้ว่า “เกาะรัตนโกสินทร์”
พื้นที่ระหว่างคลองคูเมืองเดิมและคลองรอบกรุง ถูกกำหนดให้เป็นเขตพระนครชั้นนอก โดยเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของเชื้อพระวงศ์ ข้าราชบริพาร รวมถึงชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ด้วยระยะทางยาวที่ผ่านหลายชุมชน ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อคลองตามย่านของตัวเอง อย่างช่วงต้นที่ไหลผ่านวัดบางลำพู (วัดสังเวชฯ) แหล่งชุมชนและสวนไม้ผล เรียกกันว่า “คลองบางลำพู” ส่วนช่วงปลายทางตอนใต้ที่เป็นแหล่งค้าขายเครื่องปั้นดินเผา โอ่ง และกระถาง ของชาวจีนและมอญ เรียกกันว่า “คลองโอ่งอ่าง”


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พาย้อนวันวานตามรอยเส้นเลือดที่เคยหล่อเลี้ยงชาวพระนครมายาวนานกว่า 200 ปี กับโครงการ “ลัดเลาะ ล่องกรุง” เส้นทางคลองบางลำพู-คลองโอ่งอ่าง ล่องเรือแท็กซี่ไฟฟ้าชมทัศนียภาพและสัมผัสวิถีชุมชนสองฝั่งคลอง โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ “พิพิธบางลำพู” ศูนย์รวมเรื่องราวของบางลำพู ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สถาปัตยกรรมคลาสสิกของย่านการค้าดั้งเดิม และเรื่องราวของอาหารที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากความสงบริมแม่น้ำเจ้าพระยาสู่สีสันของย่านถนนข้าวสาร ลัดเลาะตามตรอกออกตามซอยเพื่อค้นหาร่องรอยแห่งอดีตที่เคยเรืองรอง
แวะสักการะ “ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน” ศาลของสมเด็จพระเจ้าตากสินแห่งเดียวในฝั่งพระนครที่สร้างขึ้นจากความศรัทธาของผู้คนในย่านบางลำพู บรรยากาศสงบ เรียบง่าย ผู้คนมักมาขอพรด้านความสำเร็จ และความก้าวหน้า แล้วเลาะไปตามลำคลองชมการผลิตทองคำเปลวแบบวิธีโบราณของ “ศิริทองคำเปลว” แอบเดินต่อเข้าไปในตรอกบุกบ้านทำ “กล้วยเชื่อม” เจ้าดังแห่งบางลำพูที่แฟนคลับต้องเดินตามหารถเข็น ไม่ไกลกันคือ “ร้านไทยนคร” อีกตำนานหัตถศิลป์ชั้นสูงอย่างเครื่องถมแห่งพระนครที่ยังมีลมหายใจ


“ตรอกบ้านพานถม” เป็นชุมชนเก่าแก่ในเขตพระนครที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในฐานะแหล่งช่างฝีมือทำเครื่องเงินดุนลายอันประณีต ทั้งพาน ขัน และภาชนะเงินหลากรูปแบบ ปัจจุบันแม้เหลือเพียงไม่กี่ครอบครัวที่ยังสืบทอดงานช่าง แต่ตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้ยังคงอบอวลด้วยเสน่ห์ของบ้านเรือนเก่าและวิถีชีวิตเรียบง่ายริมคลองบางลำพู
ปลายคลองบางลำพูมีบ้านเก่ากับสถาปัตยกรรมที่ก้าวผ่านกาลเวลาทั้ง “บ้านสถาพร” อดีตบ้านพักของ เสวกเอก พระยาเขื่อนเพ็ชร์เสนา (ทรัพย์ อุณหะนันท์) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบพาลาดิโอ เน้ความสมมาตรและโอ่อ่าตามแบบตะวันตก ขณะที่ “อาคารบ้านคุณเชิด วิริยะพานิช” เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลสีเหลืองนวลกับประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี


ผ่านสะพานผ่านฟ้าเชื่อมต่อไปที่ “คลองโอ่งอ่าง” แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง ที่มีถนนคนเดินริมคลอง สตรีทอาร์ต ร้านอาหาร และบรรยากาศชิล ๆ สัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตสองฝั่งคลองที่ผสมผสานทั้งอดีตและความร่วมสมัยของกรุงเทพฯ จากชุมชนชาวจีนและมอญที่ค้าขายเครื่องปั้นดินเผา มี “สะพานหัน” เชื่อมสองฝั่งคลองไว้ด้วยกัน เดิมเป็นสะพานไม้ที่ “หัน” หรือเปิด-ปิดเพื่อให้เรือแล่นผ่านจนเป็นที่มาของชื่อ ก่อนจะเปลี่ยนรูปแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสะพานในอิตาลี
ย่านจักรวรรดิและคลองโอ่งอ่างถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและพหุวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ จากพระนครชั้นนอกที่เป็นแหล่งค้าขายของชาวต่างชาติ ทั้งจีนในสำเพ็ง อินเดียในพาหุรัด สองย่านใกล้เคียงสนิทแนบที่ผสมผสานวัฒนธรรมเชื่อมต่อสำเพ็ง พาหุรัด และสะพานหันร่วมกันได้อย่างลงตัว


พื้นที่ริมคลองโอ่งอ่างได้รับการเนรมิตให้เป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่มีสตรีทอาร์ทบอกเล่าเรื่องราวพหุวัฒนธรรมผ่านภาพสีสันสดใส มี “สะพาน SCG” ที่เกิดจากความร่วมมือของกรุงเทพมหานครและ SCG สร้างสะพานข้ามคลองด้วยนวัตกรรม 3D Printing Concrete (ทรีดี พริ้นติ้ง คอนกรีต) และวัสดุลดโลกร้อนที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน จากคลองรอบกรุงเดิมสู่พื้นที่สร้างสรรค์ร่วมสมัย
เดินลัดเลาะเข้า “ตรอกอาม่า” ตรอกที่ตกแต่งด้วยโคมจีนและบรรยากาศชุมชนดั้งเดิม ท่ามกลางร้านค้ารายย่อย ของกินพื้นถิ่น และ AMA Hostel โฮสเทลในบ้านจีนโบราณอายุกว่า 200 ปี ที่เป็นจุดพักและแลนด์มาร์กให้คนรักประวัติศาสตร์และคนเดินทางได้สัมผัสวิถีชีวิตย่านจีนกรุงเทพฯ แบบใกล้ชิด


ไป “วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร” เดิมชื่อ “วัดเชิงเลน” ชม “พลับพลาที่ประทับรับเสด็จรัชกาลที่ 5” เป็นพลับพลาไม้สองชั้น ประดับลายแกะฉลุแบบเรือนขนมปังขิง (Gingerbread Style) ซึ่งเคยใช้รับเสด็จฯ เมื่อครั้งเสด็จถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ปัจจุบันได้ย้ายเข้ามาในวัดและได้รับการบูรณะยกพื้นเป็นอาคารสามชั้น โดยชั้นบนสุดคือพลับพลาเดิมที่เก็บวัตถุโบราณ และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ชั้นสองเป็นห้องสมุดและพื้นที่จัดแสดงตู้พระธรรมและตาลปัตรเก่าที่มีลวดลายสวยงาม และชั้นล่างจัดเป็นพื้นที่ถวายสังฆทานและร้านกาแฟ
แล้วไปสัมผัสศิลปะแห่งการปรุงยาของย่านจักรวรรดิ แหล่งรวมภูมิปัญญาการค้ายาสมุนไพรสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะที่นี่คือแหล่งค้าส่งทั้งเครื่องยาไทยและจีน โดยมี “ร้านสมุนไพรง่วนเฮงจั่น” อยู่ในฐานะผู้รักษาศาสตร์แห่งสมุนไพรที่ตกทอดมาหลายรุ่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงบรรยากาศการค้าแบบดั้งเดิมในอาคารเก่าที่มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม สัมผัสศิลปะแห่งกลิ่นของเครื่องยาชนิดต่าง ๆ และเรียนรู้วิถีชีวิตของช่างปรุงยาที่เป็นหัวใจสำคัญของย่านการค้าแห่งนี้



อย่าลืมตามหา “หอมปรุง บาย ใบห่อ” คาเฟ่สมุนไพรที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารโบราณย่านจักรวรรดิ ใกล้คลองโอ่งอ่าง ที่ผสานเรื่องราวภูมิปัญญาสมุนไพรไทยผ่านเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานในบรรยากาศอบอุ่น พร้อมเวิร์กช็อปให้ได้เรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอย่าง ยาดม พิมเสนน้ำ และชาสมุนไพรด้วยตัวเอง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ดำเนินการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางคูคลอง เชื่อมโยงคลองบางลำพู–คลองโอ่งอ่าง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการเรียนรู้และสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ทางการท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิสังคมในชุมชนเมือง
สำหรับกิจกรรมนำเที่ยวเส้นทาง “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู-คลองโอ่งอ่าง เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในงาน Bangkok Design Week 2026 : เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 ที่จัดขึ้นวันที่ 29 มกราคม–6 กุมภาพันธ์ 2569 โดย ททท. จัดรอบเรือและกิจกรรมนำเที่ยวทุกวัน ตั้งแต่เวลา เวลา 16.00-19.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy



