ต้องบอกว่า “พรรคเพื่อไทย” มีการเปลี่ยนแปลงปรับลุคนำคนรุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น ทั้งกรรมการบริหารพรรค รวมไปถึงผู้สมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เป็น “New Gen” เป็นทายาทนักการเมืองเก่าแก่ ซึ่งวันนี้ “เดลินิวส์”  ได้มาพูดคุยกับ “กอป่าน” ธงธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงแนวทางการทำงาน

มุมมองการเมืองในปัจจุบันของ “กอป่าน” มองว่า ถ้าเป็นการเมืองไทย มองเป็นการเมืองเรื่องปากท้องเรามองว่า การพัฒนาประเทศ คือการพัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าพัฒนาเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าเรื่องสังคม หรือเรื่องอื่นๆ จะสามารถพัฒนาตามได้ ถ้าส่วนมากเราเชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะแก้ไม่ได้ถ้าประชาชนลืมตาอ้าปากไม่ได้ เขาจะไม่มีแรง ไม่มีเวลาไปโฟกัสเรื่องของอนาคต การพัฒนาศักยภาพของตัวเอง หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง ซึ่งทำให้ประเทศไปต่อไม่ได้ จึงมองเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของปากท้องประชาชน และเรื่องเศรษฐกิจก่อน

สาเหตุที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง “กอป่าน” ระบุว่า ต้องบอกจริงๆ อยู่ในครอบครัวการเมืองมาตลอด การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมาตลอด ตอนนี้แรงขับของเราเป็นสเต็ปๆ ไม่เหมือนกัน ช่วงแรกมองว่าการเมืองไทย มีการเมืองนอกระบบที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งบ่อยครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า มองว่า เรื่องพวกนี้มีกลไกรองรับอยู่ หากการเมืองไม่เข้าระบบมันก็จะไม่เข้าระบบเลย และถ้ามีกระบวนการต่างๆ ทำให้การเมืองอยู่นอกระบบ เรารู้สึกไม่โอเค ในมุมหนึ่งเราพยายามทำให้การเมืองดีขึ้น อยากมีส่วนร่วมที่จะพัฒนา และมีส่วนร่วมทำให้ดีขึ้น ในส่วนของเราที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้มีความพร้อมมากนัก แต่พอมาถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าเริ่มมีความพร้อม จึงอยากเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม

ส่วนมีการปรึกษาคุณพ่อหรือไม่ “กอป่าน” ระบุว่า จริงๆ คุณพ่อเป็นคนไม่อยากให้เราเข้ามาทำงานการเมืองมากที่สุด ซึ่งไม่ได้มีการคุยเรื่องเหตุผลกัน แต่เข้าใจว่าเป็นเรื่องของความเป็นห่วง จริงๆ เราก็มีทางของเราในเส้นทางนอกการเมือง สามารถไปต่อได้ เติบโตได้ ทำให้ชีวิตอยู่ในจุดที่มั่นคงได้ คุณพ่อคงมีความเป็นห่วง เพราะเข้าเส้นทางการเมืองทุกคนมีบาดแผลเต็มตัวกันไปหมด พอถึงจุดหนึ่งตนได้แสดงจุดยืน และความต้องการของตัวเอง ถ้ามีช่องทางที่จะไป เราสามารถเข้าไปด้วยตัวเองได้ ซึ่งคุณพ่อคงเห็นว่าตนมีความจริงจัง เลยเปิดโอกาสเข้ามาลองทำดู

นโยบายที่ต้องการผลักดันหากได้รับเลือกเป็น สส. “กอป่าน” ระบุว่า ส่วนตัวอยากผลักดันเรื่อง SME เรื่องเศรษฐกิจฐานราก เพราะมีความถนัด เช่น นโยบาย 1 อำเภอ 1 สตาร์ทอัพ ที่พรรคเพื่อไทยมีการพยายามทำสตาร์ทอัพ สตูดิโอร่วมกันกับมหาวิทยาลัย หรือหอการค้าของจังหวัด พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มสตาร์ทอัพ

“กอป่าน” ยังระบุอีกว่า เรามองในเชิงภาพใหญ่จะแก้ปัญหาระยะยาวได้ คือ ต้องมีการปรับกฎระเบียบเงื่อนไขต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่ อ.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เคยพูดไว้ว่า คือการสร้างตลาดให้กลุ่ม SME มองว่า เป็นการปรับแค่นิดเดียวแต่สามารถเปิดโอกาสให้กลุ่ม SME มีโอกาสเข้าถึงตลาดของรัฐมากขึ้น ซึ่งอาจมีการตั้ง KPI ขึ้นมา ให้ส่วนรัฐบาลเพิ่มสัดส่วนการจ้าง SME เข้ามามากขึ้น ที่ผ่านมาอาจมีนโยบายแต่เราไม่เคยทำตัววัดผลที่ชัดเจนมากพอ หากเราไปผลักดันให้เกิดการวัดตัวชี้วัด จะทำให้เกิดโอกาสเพิ่มมากขึ้นให้กับกลุ่ม SME ทั่วไป

“กอป่าน” ย้ำอีกว่า การที่ประเทศจะพัฒนาไปได้จะต้องแก้ปัญหาจากหน่วยที่เล็กไปหน่วยที่ใหญ่ เรื่องเศรษฐกิจฐานรากเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรให้ความสนใจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่เคยละเลย หรือมองข้ามส่วนนี้ ทุกปัญหาเราหยิบเข้ามาเป็นสารตั้งต้นของการคิดนโยบาย ทุกนโยบายของ เพื่อไทย จะตอบโจทย์ปัญหา และคนหลายกลุ่ม