เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่ลานอเนกประสงค์ตลาดนัดสามโคก จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัคร สส.เขต 1 , นางสาวชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 , นายคุณานนท์ ชูประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 3 , นายจำลอง เงินยวง ผู้สมัคร สส.เขต 4 , นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 , นายวรากร เครือทองศรี ผู้สมัคร สส.เขต 6 , นายพิษณุ พลธี ผู้สมัครสส.เขต 7 และนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ผู้สมัคร สส.เขต 8 

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการปราศรัยในเวลา 18.00 น. นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต ได้ร่วมยืนตรงเคารพเพลงชาติ จึงเริ่มการปราศรัย

โดยนายอนุทิน ปราศรัยบนเวทีว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีก 2 สัปดาห์จะกลับมาขอบคุณ เมื่อสักครู่พวกเราร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน รู้สึกหรือไม่ว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่พวกเราเคยได้ยินมา ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้มใช่หรือไม่ มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉยๆหรือไม่ ตนแอบดูอยู่ปรากฏว่าพี่น้องชาวปทุมธานี ยืนตรงไม่มีคนเอามือไขว้หลังเลยสักคน เพลงชาติไทยคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุด เพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพต้องให้เกียรติทุกครั้งที่เคารพธงชาติ เราจึงต้องลุกขึ้นยืน เป็นการเคารพบรรพบุรุษ ศาสนา และสถาบันสูงสุด รวมถึงเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยที่ทำให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ถ้าผืนนั้นมีสีแดงขาวน้ำเงิน บ่งบอกว่านี่คือประเทศไทยที่กว่าจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษได้ปกป้องบ้านเมืองสละชีวิต และจิตวิญญาณ 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ดังนั้น วันนี้การที่เราฟังเพลงชาติได้ไพเราะ เพราะเราถูกรังแกถูกคุกคามแผ่นดิน เราจึงหวงแหนแผ่นดิน เราไม่เคยวุ่นวายกับแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินของเรา ก็มีความจำเป็นต้องปกป้องต่อสู้ไม่ให้มีใครมารุกรานนี่คือคนไทย ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเรามีความปลอดภัย จะไม่มีใครเข้ามาคุกคามรังแกล่วงล้ำอธิปไตยได้  ประชาชนทุกคนสามารถที่จะวางแผนทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด แต่จะปิดมันอยู่แบบนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ช่องทางที่ปิดไม่มียาเสพติดไม่มีข้าวเถื่อน ไม่มีมันสำปะหลังเถื่อน ไม่มีแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามา

“ถือเป็นฉันทานุมัติเรื่องเปิดด่าน ถ้าภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ไม่มี ไม่ต้องโทรศัพท์พูดคุยกันทั้งสิ้น ประชาชนสั่งแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ถ้าประชาชนต้องการให้กลับเข้าไปอีก ไม่มีเปิดด่าน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกฯชาญ เป็นสิบๆปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ และรู้จักอีกหลายคน ทั้งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจังหวัดปทุมธานี และเชื่อว่าสามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานีได้ เพื่อที่จะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน เที่ยวนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปาก นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน แค่ 3-4 เดือน พูดคำว่าไทยแลนด์แล้วหลายครั้ง และพูดว่านายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์โลกได้ พรรคภูมิใจไทยมีบุคลากรอยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน

“ผมทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่าขอบคุณมาก คนละครึ่ง ปิดด่าน เอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่เขาบอกว่ามาทำธุรกิจทางการเมือง ไม่ใช่หรอก การยอมรับจากประชาชนสำหรับผม 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายผมได้ พูดแล้วมันโมโหเหมือนกัน นึกถึงภาพ เราต้องไป ถูกเขารังแก ไปเป็นน้ำใต้ศอกเขา อยากได้อะไรก็บอก อยากให้อะไรกูยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้อย่างไร มันคนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น อยากได้อะไรบอกมา ตั้งคำถามว่า ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้หรือไม่ แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษี ไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสาร เดี๋ยวบอกว่าจะกล้าออกหรือ ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. 2569 พอพูดกันไม่รู้เรื่องวันที่ 8 ธ.ค.2568 ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ ผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้กูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า ”อยู่ยาวไป อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง“ นายอนุทิน กล่าวต่อว่า อยากได้ไฟสว่างหรือ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกมากเลย นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ให้พ่อแม่พี่น้องมา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับชาวปทุมธานีว่า ใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอคนเดียว ส่วนใจเธอมีแต่ฉัน เบอร์ 37 ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับผู้มาฟังปราศรัย

จากนั้นเวลา 19.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่ แม่ค้าบางคนบอกว่า ขนลุกเลยดีใจที่ได้เจอนายกฯตัวจริงเพราะปลื้ม ก่อนที่จะเดินทางกลับ

โดยช่วงหนึ่งระหว่างเดินจากเวทีไปที่ตลาด มีป้าใส่เสื้อสีแดงนำหน้ากากอนามัยที่ทำเป็นพวงมาลัย ถือมาขอเซลฟี่กับนายอนุทิน ซึ่งหลังจากถ่ายรูปเสร็จนายอนุทิน พูดว่า “ขอบคุณครับ” จากนั้น นายอนุทินได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดนัดสามโคก โดยใช้ระยะเวลาเพียงช่วงสั้นๆ.