เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 1 ก.พ.2569 บริเวณลานตลาดกินซ่า ตรงข้ามศูนย์การค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี พรรค พรรคกล้าธรรม(กธ.) จัดเวทีปราศรัยหาเสียงขนาดใหญ่เพื่อช่วย ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ทั้ง 5 คน ได้แก่ เขต 1 นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2 ,เขต 2 นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9,เขต 4 นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7, เขต 5 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8 และเขต 6 น.ส.พัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4 โดยมีประชาชนที่ทยอยเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็น บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
โดยช่วงหนึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคกล้าธรรม กล่าวชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิงจากเวทีของนักการเมืองบางพรรค โดยระบุว่า ตนไม่อยากขึ้นมาพูด แต่หลายคนสอบถามมา ตนจึงขอชี้แจงถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่ผ่านมามีความคุ้นเคยและผูกพันกัน แต่เมื่ออยู่บนเวทีการเมืองกลับมีการกล่าวถึงตนแบบนี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ไม่ถือโทษโกรธเคือง เพียงต้องการอธิบายข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมกล่าวถึงคุณค่าของมิตรภาพและการเมืองที่ควรแข่งขันกันด้วยผลงานมากกว่าคำพูด

ส่วนกรณีที่ นายเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน กล่าวพาดพิงตนถึงเรื่องที่ดินของกองทัพอากาศบริเวณสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่า แนวคิดการขอใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อจัดตั้งศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิในย่านคูคต–รังสิต มีการประสานงานและทำเรื่องมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ก่อนที่คนนั้นจะเป็น สส.ด้วยซ้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลสุขภาพประชาชนในเขตชุมชนหนาแน่น ขอย้ำว่าเป็นการขอใช้เพียงบางส่วน ไม่ได้มีเจตนาใช้พื้นที่ทั้งหมด พร้อมยกเอกสารและลำดับเหตุการณ์มายืนยันว่าเป็นแนวคิดที่เริ่มต้นในช่วงที่ตนทำงานด้านท้องถิ่นท่ามกลางวิกฤตโควิด-19
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์หนักหน่วงที่จ.ปทุมธานี เสี่ยงอุทกภัยจากมวลน้ำเหนือ ท้องถิ่นต้องทำงานแข่งกับเวลา ประสานหลายหน่วยงานเพื่อป้องกันผลกระทบ และคนที่เข้ามาช่วยก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงที่สถานการณ์น้ำตึงเครียด ท่านเรียกทุกฝ่าย เข้าหารือและแก้ไขปัญหาร่วมกับทาง กทม. เพื่อเร่งกลไกการบริหารจัดการน้ำจนสามารถลดผลกระทบในพื้นที่ได้ พร้อมย้ำว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ร.อ.ธรรมนัส ลงมือทำงานจริง ๆ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังกล่าวถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ฝุ่นละออง PM2.5 และความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งผู้แทนในสภาฯ ควรเป็นคนที่เข้าใจปัญหาพื้นที่และสามารถประสานหน่วยงานได้จริง ไม่ใช่เพียงอภิปรายบนเวที พร้อมแนะนำผู้สมัครของพรรคในเขตต่าง ๆ ของ จ.ปทุมธานีว่าเป็นคนทำงานพื้นที่มายาวนาน และมีบทบาทด้านสังคม ชุมชน และการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการปราศรัย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ฝากถึงประชาชนชาวจ.ปทุมธานีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาจราจร การขยายเมือง และระบบสาธารณสุข ซึ่งต้องอาศัยผู้แทนที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง

จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนเข้ามาทำหน้าที่ นายก อบจ.สมัยแรก เจอโควิด-19 เจอภัย น้ำท่วม น้ำแล้ง เจอปัญหาฝุ่นละออง ที่ผ่านมาไม่มี ส.ส.พรรคใด เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา ในช่วงที่กำลังจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมก็มี ร.อ.ธรรมนัส ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการจน จ.ปทุมธานี ผ่านวิกฤติในช่วงนั้นมาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนจำไม่ลืมและจึงได้ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคกล้าธรรม เนื่องจากเห็นถึงการตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาซึ่งไม่ใช่เพียงแค่แก้ไขเท่านั้นการทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส คือมีการวางแผนป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นแล้วค่อยมาเยียวยาให้กับประชาชน
“จ.ปทุมธานี เป็นจังหวัดที่ก้าวกระโดด แต่ก่อนจากปี 2566 สส. มี 7 คน พอปี 2566 แต่ในปีนี้ มี 8 คน มีพี่น้องประชาชนเข้ามาอาศัยเพิ่มเยอะมากและปัญหาต่างๆ ต้องเตรียมไว้ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานกับ ร.อ.ธรรมนัส จะมาช่วยกันพัฒนา จ.ปทุมธานี ให้ดีขึ้นได้แน่” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว.



