เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เพจTensia ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) ทำให้สะสมน้ำในคอเคลียร์และอวัยวะรับการทรงตัวไปเรื่อยๆ จนเยื่อฉีก สัญญาณไฟฟ้าของการได้ยินและการทรงตัวผิดปกติ ทำให้หูดับบ้านหมุน จนกว่าเยื่อจะฮีล

ในหูชั้นใน จะมีสองอวัยวะที่สำคัญคือ

▪ คอเคลียร์ (Cochlear) อวัยวะรูปก้นหอย รับสัญญาณเสียง แปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังสมอง

▪ อวัยวะรับการทรงตัว (Vestibular organ) ติดกับคอเคลียร์ มี 3 ส่วนคือ Saccule, Utricle, Semicircular canal รับสัญญาณการทรงตัว แปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังสมอง

ถึงแม้ว่าจะมีหน้าที่ต่างกัน แต่หลักการทำงานคล้ายกันคือ

ในสองอวัยวะนี้จะมีท่อเรียกว่า Endolymphatic duct ซึ่งมีน้ำเรียกว่า endolymph อาบอยู่ น้ำนี้มีความพิเศษกว่าน้ำเลือดคือมีไอออนโพแทสเซียมสูง

ซึ่งน้ำนี้สร้างโดยเนื้อเยื่อกรองน้ำเลือดพิเศษเรียกว่า Stria vascularis

ภายในผิวของท่อ จะมีเซลล์รับคลื่นกลในน้ำ

ชื่อว่าเซลล์ขน (Hair cells) หากมีคลื่นน้ำเคลื่อนผ่าน จะกระตุ้นทันที

หลักการทำงานในภาวะปกติจะเป็นดังนี้ค่ะ

???? คอเคลียร์: เสียงกระทำเยื่อแก้วหู

 สั่นกระดูก ค้อน

 สั่นกระดูกทั่ง

สั่นกระดูกโกลน

สั่นน้ำ endolymp ในคอเคลียร์

 คลื่นน้ำไหลผ่านเซลล์ขน

เกลือแร่โพแทสเซียมเข้าเซลล์ขน

แปลงเป็นไฟฟ้าไปยังสมอง  รับรู้เสียง

???? อวัยวะรับการทรงตัว: มีการเคลื่อนไหวศีรษะ/แรงโน้มถ่วง

 endolymph ไหล

 คลื่นน้ำไหลผ่านเซลล์ขน

 เกลือแร่โพแทสเซียมเข้าเซลล์ขน

 แปลงเป็นไฟฟ้าไปยังสมอง

 รับรู้การทรงตัว

ในโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น (Meniere’s disease) ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกแน่ชัด แต่ที่ทราบคือผู้ป่วยจะมีการสะสมน้ำ endolymph ทั้งในคอเคลียร์และอวัยวะรับการทรงตัวไปเรื่อยๆ ค่ะ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก

▪มีพันธุกรรมที่ทำให้โปรตีนขนส่งเกลือแร่และขนส่งน้ำ

ทำให้บางช่วงจะมีการสะสมน้ำมากกว่าปกติ

▪มีการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อเริม, เชื้อไวรัส EBV เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบโดยตรง หรือ อักเสบแล้วโปรตีนในหูชั้นใน ไปเจอกับภูมิคุ้มกันแล้วเข้าใจผิดคิดว่าเชื้อ จึงสร้างภูมิมาทำให้หูชั้นในอักเสบ ขวางการระบายน้ำ

คนที่เป็นจะเกิดเหตุการณ์ดังนี้ค่ะ

1 เมื่อเริ่มมีกลไกผิดปกติทำงาน จะมีการสะสมน้ำ endolymph ในอวัยวะเหล่านั้นมากขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากสร้างมากหรือระบายน้อยก็ได้

2 เมื่อสะสมจนเกินกว่าที่ท่อ endolymphatic จะทนไหว จะเกิดการฉีกขาดเล็กๆ (microruptured) ของเยื่อกั้นรอบๆ (Reissner’s membrane) ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างน้ำ endolymph กับน้ำเหลืองรอบๆ

3 เกลือแร่โพแทสเซียมสูงในท่อรั่วออกยังน้ำเหลืองรอบๆ  ผลคือมีการลดลงของโพแทสเซียมใน endolymph ฉับพลัน

4 เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นสื่อสำคัญในการสร้างไฟฟ้าในเซลล์ขน ผลคือ ทั้งคอเคลียร์และอวัยวะรับการทรงตัวนั้นหยุดสร้างสัญญาณไฟฟ้าไปยังสมอง

5 ช่วง attack คนไข้จึงมีภาวะหูข้างนั้นได้ยินลดลงทันที ส่วนสัญญาณการทรงตัวนั้น สัญญาณจากข้างที่เป็นหายไป ทำให้สมองแปลผลผิดว่า อวัยวะรับการทรงตัวอีกข้างแรงกว่า ผลคือสมองตีความว่า “หัวกำลังหมุน” เลยสร้างการรับรู้หลอกๆ ว่าแวดล้อมหมุน จึงเกิดอาการบ้านหมุน เดินเซ

6 อาการจะปรากฎจนกว่า เนื้อเยื่อ Stria vascularis จะปรับสมดุลไอออนกลับมา และเยื่อที่ขาดฮีลจนปิด อาการก็จะหยุดลง

ดังนั้นคนเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จะมีอาการเป็นช่วงๆ ค่ะ คือมีช่วงปกติ แล้วพอเริ่ม attack จะมีหูดับ กับบ้านหมุน อาการค่อนข้างรุนแรงมาก

บางคนมีอาการแน่นในหูนำมาก่อน

ในช่วงที่น้ำสะสมในท่อ endolymphatic จนเต็มพิกัดก่อนเยื่อฉีก

สรุป: โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน = มีการสะสมของเหลว (endolymph) ในอวัยวะรับเสียงและการทรงตัวมากไป จนฉีกผนังขาด ของเหลวที่มีโพแทสเซียมรั่วออก จนอวัยวะเหล่านี้ขาดโพแทสเซียมในการสร้างสัญญาณไฟฟ้า เลยเกิดทั้งบ้านหมุน + หูดับ จนกว่าสมดุลโพแทสเซียมกลับมาอีกครั้ง

คนที่เป็นช่วง attack ต้องใช้ยาแก้บ้านหมุนและยาแก้อาเจียนช่วย

ส่วนช่วงปกติ ต้องจำกัดเกลือโซเดียม เพื่อควบคุมอัตราการสร้างน้ำ endolymph ไม่ให้มากไป แต่ต้องไม่ขาดน้ำนะคะ กาแฟอาจกระตุ้นให้เป็นมากขึ้น บุหรี่เช่นกัน ดังนั้นเลี่ยงได้เลี่ยง

ในรายที่เป็นมาก แพทย์จะมีวิธีการรักษาต่อไปทั้งยาฉีด และการผ่าตัดช่วยค่ะ