อัปเดต ราคาทองวันนี้ล่าสุด (2 ก.พ.) ช่วงเที่ยงมีการปรับหลายครั้งตั้งแต่เปิดตลาดเช้า โดย ราคาทอง 1 บาทวันนี้ มีความเคลื่อนไหวสำคัญ ทำให้ราคาทองเปลี่ยนแปลง มีการประเมินว่า ควรซื้อตอนไหนที่ราคาเท่าไหร่

เช็กราคาทอง 1 บาทวันนี้ น้ำหนักทองรูปพรรณ ณ 12.14 น. วันนี้ (2 ก.พ.)

  • ทองครึ่งสลึง ราคา 8,894 บาท รวมค่ากำเหน็จ 9,694 บาท
  • ทอง 1 สลึง ราคา 17,788 บาท รวมค่ากำเหน็จ 18,588 บาท
  • ทอง 2 สลึง / 50 สตางค์ ราคา 35,575 บาท รวมค่ากำหน็จ 36,375 บาท
  • ทอง 1 บาท ราคา 71,150 บาท รวมค่ากำเหน็จ 71,950 บาท
  • ทอง 2 บาท ราคา 142,300 บาท รวมค่ากำเหน็จ 143,900 บาท
  • ทอง 5 บาท ราคา 355,750 บาท รวมค่ากำเหน็จ 359,750 บาท

ประเมินราคาทองในวันนี้ จะลดลงไปถึงไหน ควรซื้อตอนไหน ราคาเท่าไหร่?

ข้อมูลจาก “ฮั่วเซ่งเฮง” ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ ได้แต่งตั้งนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว (Hawkish) เป็นประธานเฟดคนต่อไป 

ขณะที่ผลกระทบจากการประชุม FOMC ยังคงแสดงออกมาว่า เฟดยังคงกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

  • ปธน.ทรัมป์ ได้เลือกนายเควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่
  • ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ยังคงตึงเครียด
  • สหรัฐ (อาจ) กำลังแทรกแซงค่าเงินดอลลาร์ กระทบเงินเยนแข็งค่า
  • ประชุมเฟดวันที่ 28 ม.ค. เฟดยังคงดอกเบี้ย กระตุ้นดอลลาร์แข็งค่า

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

  • ดัชนี PMI ภาคการผลิต / บริการจาก ISM เดือน ม.ค.
  • ดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือน ม.ค.
  • จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS เดือน (ล้านตำแหน่ง) เดือน ธ.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP เดือน ม.ค.
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือน ม.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ม.ค.
  • อัตราการว่างงาน เดือน ม.ค.

แนวโน้มราคาทอง

ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้ คาดว่าในทางเทคนิคมีการปรับฐานลงระยะสั้นหลังทำ All Time High แต่โดยภาพรวมของโครงสร้างราคายังไม่ได้เสียทรงขาขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงภาวะ “ย่อตัวลงเพื่อขึ้นต่อ” หลังจากที่ตลาดได้รับรู้ถึงเรื่องที่นายสก๊อต เบสเซนต์ ได้กล่าวถึงเงินดอลลาร์ที่ต้องแข็งค่า และนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการคงดอกเบี้ย เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ยังแข็งแกร่ง และการจ้างงานยังอยู่ในจุดที่ยอมรับได้ รวมถึงแนวโน้มประธานเฟดคนใหม่ 

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,570 และ 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นแรงซื้อในตลาดทองคำได้รอบใหม่ 

อย่างไรก็ตาม หากตลาดรับรู้ปัจจัยบวกจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อ และแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า / เยนแข็งค่า อาจทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,030 และ 5,130 ดอลลาร์ 

ซึ่งหากทะลุต้านดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำทำ All Time High ต่อเนื่องขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 6,000 ต่อไปได้ โดยอ้างอิงจาก Bank of America (BoFA) ที่ได้อ้างอิงถึงกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 68,650 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 67,500 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 74,000 บาท และ 75,150 บาท