เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เวลา 10.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สวมเสื้อสีเทา ข้อความ “เสื้อเทา คนไม่เทา” พร้อมคณะพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นหลานชายของนายถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โดยยังคงมีประชาชนจำนวนมากขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ และมาขอลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยนำเสนอผลงานที่ผ่านมาและนโยบายต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงได้กล่าวเน้นย้ำกับประชาชนตอนหนึ่ง ว่า เขตเลือกตั้งที่ 4 สงขลานี้ คือ บททดสอบสำคัญ เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่ในการเมือง มีประชาชนบอกว่า อย่ากลับมาทางการเมืองเลย เพราะการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนในอดีต เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ภาคใต้ใช้เงินมากที่สุด ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และเขตการเลือกตั้งนี้ นายสิทธิพัฒน์ กำลังแข่งกับผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งศาลเพื่อยึดทรัพย์ โดยมีที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย ดังนั้นประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้จะส่งสัญญาณถึงประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งแม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ก็ยังถือว่าเขาไม่ผิด แต่มาตรฐานทางการเมืองที่ดีทั่วโลก คือคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่ามาตรฐานของกฎหมาย

“นี่ไม่ใช่การกล่าวหาเลื่อนลอย แต่ไปถึงขั้นที่จะมีการส่งศาลแล้ว และพูดตามจริงถ้าศาลตัดสินยึดทรัพย์ เขาก็ต้องพ้นจาก สส. ด้วย แล้วพี่น้องชาวสงขลาจะเลือกคนแบบนี้ส่งเข้าสภาจริงหรือ หรือจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่ไปเริ่มต้นทำงานเป็นผู้แทนฯ ที่ดี เข้าไปทำงานสร้างการเมืองสุจริต หากประชาชนให้โอกาส ก็มั่นใจว่าในอนาคต คุณสิทธิพัฒน์จะเป็น สส. ที่ดูแลอนาคตได้ยาวนาน จึงขอประชาชนให้โอกาสคุณสิทธิพัฒน์เป็นอนาคตของพรรคฯ และประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.สงขลา ว่า แม้โพลคะแนนดีหมด แต่รองหัวหน้าพรรคฯ บอกว่า เวลาคู่แข่งมาหาเสียง ก็บอกว่า ถ้าคนสงขลารักประชาธิปัตย์ ก็เลือกบัญชีรายชื่อ เบอร์ 27 ได้ แต่ขอ สส.เขตให้เขา ดังนั้น คนใต้ใจเดียวจะแบ่งให้ใครไม่ได้ การที่ตนกลับมาพบชาวสงขลาครั้งนี้ ต้องการให้การเมืองเดินไปข้างหน้าเพราะที่ผ่านมา ติดกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถูกทุนเทาครอบงำประเทศ สนุกสนานกันในหมู่นักการเมือง แลกเปลี่ยนกันไปเป็นนักการเมือง มีดีลลับ มีกล้วย ไม่ได้สนใจประชาชน สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน ข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่เห็นปัญหาต่าง ๆ จะถูกแก้ไข ดังนั้น จึงหมดเวลาการเมืองแบบนี้แล้ว และขอคนใต้ร่วมกันไล่ทุนเทา ไล่คนซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้ ต้องตั้งต้นจากการเมืองสุจริต

“พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว และพร้อมจะทำงาน หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็พร้อมทำงานผลักดันรัฐบาลทันที แต่หากจะต้องร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีเงื่อนไขไม่ทุจริต ไม่มีนโยบายสร้างความขัดแย้ง และไม่ถูกครอบงำ รวมถึงจะต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบทุนเทา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว