เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ  แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ว่า ศูนย์ติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทรวงมหาดไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ทั่วโลก 95 แห่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติจากต่างประเทศ และใช้ในการสื่อสารข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งขั้นตอนในการทำงานของศูนย์นี้ เบื้องต้นจะเริ่มตั้งแต่การรับบัตรจาก กกต. แล้วจัดส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ไทย และสำนักงานการค้าฯ ในประเทศต่างๆ รวมทั้งรับรายงานผลต่างๆ จากปลายทางที่ได้รับเอกสารอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ก็ต้องรายงานเข้ามาในระบบ นอกเหนือจากที่รายงานตามแบบฟอร์มของทางราชการ และขั้นตอนสุดท้ายซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญคือการรับบัตรจากต่างประเทศ เพื่อคัดแยกและส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขต

นายมังกร กล่าวอีกว่า สำหรับการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งหลังถูกส่งถึงไทย กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดูแลตั้งแต่มาถึงสนามบิน ก่อนจะส่งไปคัดแยกที่ไปรษณีย์ไทยตามด้วยส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ โดยเรากำหนดไว้แล้วว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยแต่ละแห่งจะต้องจัดสรรเวลาตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมด ถูกส่งกลับถึงประเทศไทยภายในวันที่ 5 ก.พ.นี้ และจะต้องส่งไปถึงแต่ละเขตเลือกตั้ง ภายในวันที่ 6 ก.พ. เพื่อให้มีความมั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งเหล่านี้ถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขตได้ทันเวลา เพื่อนับคะแนนรวมกันหลังปิดหีบเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เวลา 17.00 น.

นายมังกร กล่าวว่า  ส่วนบัตรออกเสียงลงประชามติ จะไม่ได้ส่งกลับมานับคะแนนที่ไทย โดยขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ไทย และสำนักงานการค้าฯ ได้ตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่นับคะแนนประชามติตามจำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว และทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เงื่อนไขกฎหมายกำหนด โดยแต่ละแห่งจะต้องเป็นการนับต่อเนื่องในคราวเดียว และจะต้องนับคะแนนออกเสียงประชามติให้เสร็จภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง หลังเวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 ก.พ.2569  

อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรสามารถทำได้พร้อมกับการลงประชามตินั้น เป็นเพราะระเบียบของ กกต. ระบุไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทั้งในเรื่องของไทม์โซน ความพร้อมด้านจำนวนเจ้าหน้าที่ และเนื่องจากผู้ใช้สิทธิต้องเดินทางไกลทำให้ประหยัดเวลาและลดความยากลำบากในการเดินทางมาใช้สิทธิ แม้มีการเลือกตั้งและลงประชามติพร้อมกัน แต่การนับคะแนนก็จะแยกออกจากกัน เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

นายมังกร กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่พบในระหว่างการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบการจ่าหน้าซองในบางประเทศ ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการจัดส่ง และปัญหาของคนไทยในฝรั่งเศสที่แจ้งว่า ไม่ได้รับบัตรเลือกตั้งนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้พยายามดำเนินการติดตามอย่างเต็มที่ โดยการส่งเจ้าหน้าที่ไปยังกรุงปารีส เพื่อติดตามและจะกลับมาพร้อมกับบัตรเลือกตั้งที่จะนำส่งกลับมาไทย รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พบปัญหาได้รับบัตรล่าช้าหรือยังไม่ได้รับบัตร ให้แจ้งเข้ามายังสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ดูแล เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

ขณะที่นายวราโรจน์ เองสมบุญ หัวหน้าศูนย์ประสานงานเลือกตั้งฯ ชี้แจงระบบการทำงานของศูนย์ฯ ใช้ระบบเฝ้าติดตามการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือโอวีเอ็มเอส (Overseas Voting Monitiring System -OVMS) เพื่อติดตามการดำเนินการตั้งแต่การจัดส่งและรับบัตร รวมถึงการรายงานผลการดำเนินการต่างๆ ของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าฯ รวม 95 แห่งทั่วโลก แบบเรียบไทม์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น โปร่งใส ถูกต้อง และทันเวลา โดยเฉพาะในขั้นตอนสำคัญขณะนี้ คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับมาประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการส่งกลับมาแล้ว และจะถึงประเทศไทยทั้งหมดภายในวันที่ 5 ก.พ.2569