สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่าจากกรณีกระทรวงกลาโหมจีนประกาศ เมื่อช่วงปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เรื่องการสอบสวน พล.อ.จาง โหย่วเสีย รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง และ พล.อ.หลิว เจิ้นลี่ เสนาธิการฝ่ายปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการรบ เนื่องจากทั้งคู่มีพฤติกรรมต้องสงสัย “ละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นคำที่จีนมักใช้เรียกแทน “การคอร์รัปชัน”


หนังสือพิมพ์ “พีแอลเอ เดลี” ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) ตีพิมพ์บทบรรณาธิการหน้าหนึ่ง ระบุว่า “มีองค์ประกอบของการคอร์รัปชัน” กระจายอยู่ในพีแอลเอ การสอบสวนและลงโทษอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด จะช่วย “กำจัดสิ่งกีดขวาง” และ “รีดน้ำเป็นพิษที่ทำให้ประสิทธิภาพการสู้รบลดน้อยลงออกไป”


ขณะเดียวกัน บทบรรณาธิการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายและทุกระดับของพีแอลเอ ต้อง “รวบรวมความคิดและการกระทำ” ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งมีการวิเคราะห์ด้วยว่า อาจเป็นการสื่อโดยนัยให้ภายนอดทราบว่า ที่ผ่านมาอาจมีการเลี่ยงบาลีหรือการขัดคำสั่งเกิดขึ้นภายในพีแอลเอ


ด้านนักวิชาการภายนอกบางส่วนมองว่า การที่เนื้อหาของบทบรรณาธิการอ้างถึง “ประสิทธิภาพในการสู้รบ” เป็นการยอมรับว่า การทุจริตในระดับสูงสุดของพีแอลเอ ส่งผลกระทบต่อ “ความพร้อมในการสู้รบ” ของจีนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้


การสอบสวนครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพีแอลเอ เนื่องจากเป็นการยกระดับกวาดล้างนายพลครั้งใหญ่ที่สุดของจีน นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคของประธานเหมา เจ๋อตง เมื่อปี 2519 ยิ่งไปกว่านั้น การสอบสวน พล.อ.จาง ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีน สั่งให้มีการสอบสวนพันธมิตรใกล้ชิด เนื่องจากบิดาของทั้งคู่เคยทำงานร่วมกัน ซึ่งมองได้ว่า อาจสะท้อนถึงความเด็ดขาด หรืออาจเป็นรอยร้าวลึกภายในกลุ่มอำนาจสูงสุดของจีน.

เครดิตภาพ : REUTERS