เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เวลา 08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคฯ ลุยหาเสียงที่เทศบาลเมืองกันตัง จ.ตรัง ช่วยนายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.ตรัง เบอร์ 2 มีประชาชนแห่ขอถ่ายรูปคู่ รวมถึงคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง และมอบดอกกุหลาบแดง บรรยากาศเป็นไปคึกคัก โดยช่วงแรก นายสาทิตย์ กล่าวทักทายประชาชนที่มาต้อนรับและฟังการปราศรัยย่อยของนายอภิสิทธิ์ โดยแซวนายอภิสิทธิ์ว่า “ไม่ต้องเดินเองแล้ว เพราะมีชาวบ้านรุนมา” ก่อนจะย้ำว่า “ขอให้ส่งเสียงดังๆ ไปให้ถึง จ.บุรีรัมย์ เลย”

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ขึ้นปราศรัยกับชาวกันตังว่า อยากทำการเมืองสุจริต เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ต้องเริ่มจากกระบวนการเลือกตั้ง ที่จะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกกับชาวตรังมาโดยตลอด ถ้าปล่อยให้เรื่องของเงินมาครอบงำทางการเมือง แล้วบ้านเมืองจะมีปัญหาแบบที่เป็นอยู่ วันนี้จึงต้องมาเชิญชวน เพราะประชาชนก็เคียงข้างกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการต่อสู้เรื่องพวกนี้มาตลอด ครั้งนี้เราต่อสู้เพื่อให้กลับมาสู่บ้านเมืองที่มีคนทำงาน ไม่มีผลประโยชน์ เป็นคนทำงานที่ทุ่มเทให้กับประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ราคายาง ราคาปาล์ม พืชผลทางการเกษตร ประมงต้องฟื้นกลับมาให้ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเราไม่มีปัญหาสีเทา การทุจริต ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยน่ากลัว การท่องเที่ยวก็จะกลับมาอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันทำ เพื่อให้เศรษฐกิจดี แต่ตนรู้ว่าทำให้เศรษฐกิจดีในพริบตาทำไม่ได้ ดังนั้น ประชาธิปัตย์เราไม่มาหลอก

ภายหลังนายอภิสิทธิ์ปราศรัยเสร็จสิ้น ประชาชนยังคงแห่มาขอถ่ายรูป พร้อมนำเสื้อแจ๊กเกต ปักคำว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” มาให้นายอภิสิทธิ์เซ็น ขณะเดียวกันยังมีประชาชนบริจาคเงิน 3,000 บาท ช่วยพรรคประชาธิปัตย์หาเสียง

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะ เดินทางมายังตลาดทุ่งยาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อช่วยนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ตรัง ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นบิดาของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ยังมีประชาชนจำนวนมากมารอรับนายอภิสิทธิ์ จนทำให้หน้าตลาดต้องปิดถนนหนึ่งเลน ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวแซวประชาชนที่มารอต้อนรับ ที่นำทั้งดอกไม้ พวงมาลัย และผ้าขาวม้ามาคล้องคอและคาดเอวให้ว่า พอเอาดอกไม้มาให้ก็ไม่ยอมปล่อยมือ พอเอาผ้าขาวม้ามามัดเอวให้ก็กอดไม่ยอมปล่อย พอเอาผ้าขาวม้ามาคล้องคอก็โน้มคอไปจะหอมให้ได้ ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังนำรูปนายอภิสิทธิ์ เมื่อ พ.ศ. 2535-2537 นำมาให้เซ็นอีกด้วย

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ใครเคยสบประมาทประชาธิปัตย์ ให้มาดูพี่น้องที่นี่ก่อน ที่เป็นกำลังใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะช่วยให้บ้านเมืองไทย ไม่ทุจริตคอร์รัปชันอีกต่อไป วันนี้เรามาตั้งหลักการใหม่ เพราะอยากให้เศรษฐกิจดี ค้าขายดี มีโครงการดีๆ มาให้ประชาชน ต้องเอาการเมืองสุจริตกลับมา คือการเมืองที่คนตรัง ชื่อนายชวน หลีกภัย ต่อสู้มาตลอด การเมืองสุจริต คือ การเมืองที่จะทำให้เราได้นักการเมืองที่สุจริต ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง และทำสิ่งดีๆ โครงการดีๆ ให้กับประชาชนได้

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ และคณะ เดินทางมายังตลาดย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ช่วย นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 2 ซึ่งมีประชาชนมารอให้การต้อนรับจำนวนมาก ล้นลานตลาดที่กำลังสร้างใหม่ ประชาชนต่างพากันมอบดอกไม้ให้กำลังใจ รวมไปถึงนำรูปนายอภิสิทธิ์ และนายชวน หลีกภัย มาถือต้อนรับ และมีแม่ค้าร้านผลไม้นำกล้วยหอมมามอบให้ พร้อมกับบอกนายอภิสิทธิ์ว่า ขอไมค์ได้หรือไม่ อยากบอกความในใจ พร้อมกับกล่าวว่า “20 ปีมาแล้ว ก็มีสิทธิใช้เสียง ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 เลือกอภิสิทธิ์ตลอดเลย” พร้อมยกป้ายเชียร์พรรคเก่าแก่ ยินดีต้อนรับประชาธิปัตย์ ที่เขียนด้วยลายมือบนกระดาษลัง ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยนายอภิสิทธ์ กล่าวขอบคุณที่ประชาชนมาต้อนรับกันอย่างล้นหลาม เพราะประชาชนอาจจะอึดอัดกับการเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีทุนผลประโยชน์และอำนาจเป็นเรื่องใหญ่ แต่ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะ จ.ตรัง ที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

นายอภิสิทธิ์ ย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมือง การซื้อเสียง ซึ่งเราต้องสู้กับธุรกิจการเมืองแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมีการพูดถึงทุนเทา ที่ได้เงินมาจากการทุจริต และไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย และครั้งนี้เขาก็สงสัยกันมากว่าทุนเทากำลังจะมาครอบงำการเมือง

“ผมรู้เพราะว่าช่วงที่ผมกลับเข้ามาใหม่ๆ เขาบอกผมว่ามันมีตัวเลขน่ากลัวมาก เวลาย้ายพรรค เขาบอกว่ามีตัวเลข 30, 50, 70 ซึ่งไม่ใช่ 30, 50, 70 บาท เขาพูดกัน 30, 50, 70 ล้านบาท พี่น้องนึกภาพดู ถ้า สส. 1 คน มีราคา 50 ล้านบาท สส. 400 คน เฉพาะพรรคเดียว ถ้า 2 พรรค 3 พรรค เขาไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินไปจากพี่น้องประชาชน เราจะทนต่อไปหรือไม่ ต้องไม่ทน นี่คือเหตุผลที่เราต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อพี่น้องทุกคน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนตั้งใจ เที่ยวนี้กลับมามีเวลาน้อยมาก แต่เร่งคิดนโยบายและสิ่งที่อยากจะทำให้กับพี่น้องประชาชน ว่าจะช่วยเกษตรกรอย่างไร ช่วยพ่อค้าแม่ขายอย่างไร เราปล่อยเศรษฐกิจเป็นแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ก่อนปีใหม่เดินเข้าไปในตลาด พี่น้องจะบอกว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่บ้าง เพราะมีโครงการคนละครึ่ง ตอนนั้นทุกคนก็พึงพอใจ แต่หลังจากปีใหม่ พอโครงการหมด กลับไปตลาดเดิมเงียบสนิท แสดงว่าเราใช้วิธีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ แต่สิ่งที่เราต้องทำให้ได้คือพี่น้องกลับมามีรายได้ดีขึ้น ช่วงที่ตนเป็นนายกฯ ยางพาราราคาดี เศรษฐกิจรายได้ดี เราต้องเอาสิ่งเรานั้นกลับมาให้ได้ เราไม่ควรมีนักการเมืองที่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่นักการเมืองต้องคิดผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้ความมั่นใจว่าถ้าเราสร้างการเมืองสุจริต เศรษฐกิจจะโตได้อย่างแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวว่า อีกห้าวันเสียงประชาชนจะมีเสียงแผ่วลงหรือไม่ เพราะเจออิทธิฤทธิ์ทุนเทาที่แปลงเป็นแบงก์เทา ดังนั้นขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครของพรรค เพื่อการเมืองสุจริต