นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก (Automatic) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มออโตเมติกแฟชั่น ขนาดไม่เกิน 125 ซีซี ที่มีอัตราการเติบโตสะสมสูงถึง 180% ภายในระยะเวลา 5 ปี

สำหรับปี 2568 ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตเล็กน้อย จากปัจจัยบวกผ่านนโยบายการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และปัจจัยลบจากเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการอนุมัติสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนสูง และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ

 ขณะที่ยามาฮ่าสามารถสร้างการเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม โดยตลาดรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 1.6% ในขณะที่ยามาฮ่ามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 3.4% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสินค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ยามาฮ่า

ความสำเร็จของยามาฮ่ามาจากรถจักรยานยนต์กลุ่มแฟชั่นออโตเมติกอย่าง YAMAHA Grand Filano Hybrid มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง 11% ซึ่งสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record High) และ YAMAHA FAZZIO ที่มียอดขายเติบโตสูงสุด 60% และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ยามาฮ่า

 สำหรับทิศทางในปี 2569 ยามาฮ่ากำหนด Growth Strategy เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่  การสร้างตลาดใหม่ สร้างกลุ่ม Fashion Moped เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์  การขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ การรักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาฐานลูกค้าด้วยกิจกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ Brand Loyalty

 โดยทั้ง 3 กลยุทธ์หลักนี้ ยามาฮ่าจะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Marketing) ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ที่จะนำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (Sales, Service, Spare Parts) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของยามาฮ่า”

 นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่สภาพเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย ผู้บริโภคมีความรอบคอบ และฉลาดในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ยามาฮ่าจึงมุ่งเน้นการนำเสนอความโดดเด่นที่แตกต่าง และความคุ้มค่าในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์

นอกจากนี้ ยามาฮ่ามีการอัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อการใช้งานที่ง่าย เสถียร และรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต โดยเริ่มใช้ในวันที่ 2 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป และในวันนี้ ยามาฮ่าพร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 5 รุ่น ได้แก่ YAMAHA FAZZIO Hybrid Lite ในราคา 49,900 บาท เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า และการเข้าถึงที่ง่ายยิ่งขึ้น ในโอกาสเฉลิมฉลอง 25 ปี MAX Series – The Ultimate Pride of MAX ยามาฮ่าได้เปิดตัวรถลายลิมิเต็ดเอดิชันในรุ่น TMAX, XMAX และ NMAX ที่สะท้อนความภาคภูมิใจของตระกูล MAX พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มพรีเมียมสปอร์ตออโตเมติกอย่างต่อเนื่อง YAMAHA XMAX Tech MAX ที่มาพร้อมชิลด์บังลมแบบไฟฟ้า หน้าจอ TFT ใหม่ พร้อม ฟังก์ชัน ที่เท่ และเร้าใจครบครัน

 ยามาฮ่ายังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการภายใต้แนวคิด 3S Value Creation ควบคู่กับการเปิดตัว YAMALUBE โฉมใหม่ ที่พัฒนาสูตรการหล่อลื่นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผ่านการออกแบบโดยวิศวกรยามาฮ่า และผ่านมาตรฐานสากล API และ JASO เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมแพ็กเกจใหม่ที่ช่วยเสริมการจดจำแบรนด์ YAMALUBE ได้ดีขึ้น”