เมื่อวันที่ 3 ก.พ.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจหมอเจด ระบุว่า
อาการชา ปวดแปลบ หรือเหมือนไฟช็อตตามมือเท้า ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเมื่อยหรืออายุเยอะเสมอไป แต่บ่อยครั้งคือสัญญาณของ “ปลายประสาทอักเสบ” ซึ่งถ้าปล่อยไว้ อาจลุกลามจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก หรือปวดเรื้อรังได้ มาลองเช็กตัวเองกันครับ
สาเหตุของปลายประสาทอักเสบ
ปลายประสาทอักเสบมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวนะครับ แต่เป็นผลสะสมจากหลายปัจจัยร่วมกัน ที่พบบ่อยคือ
1) ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังจากเบาหวาน
2) ขาดวิตามินบีกลุ่มสำคัญโดยเฉพาะ B1 B6 B12
3) ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
4) ภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกาย
5) รวมถึงมีการกดทับเส้นประสาทจากท่าทางการใช้งานซ้ำ ๆ เช่น นั่งทำงานนาน ขับรถนาน หรือใช้งานข้อมือหนักต่อเนื่อง
1 ชา ซ่า เหมือนมีมดไต่ ที่มือหรือเท้า
อาการชาหรือซ่าที่ปลายนิ้ว ปลายเท้า เป็นอาการคลาสสิกของปลายประสาทอักเสบ มักเริ่มแบบเป็น ๆ หาย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ถี่ขึ้น โดยเฉพาะตอนพัก นั่งนาน หรือกลางคืน บางคนอธิบายว่าเหมือนใส่ถุงมือถุงเท้าหนา ๆ ทั้งที่ไม่ได้ใส่จริง อาการนี้พบได้บ่อยในคนที่น้ำตาลสูง ขาดวิตามินบี หรือมีการกดทับเส้นประสาทเรื้อรัง
2 ปวดแปลบ เหมือนไฟช็อต หรือเข็มแทง
ความปวดจากปลายประสาทอักเสบจะไม่เหมือนปวดกล้ามเนื้อ แต่จะมาเป็นจังหวะสั้น ๆ แปลบ ๆ เหมือนไฟช็อต หรือเหมือนเข็มทิ่ม บางครั้งเกิดขึ้นเองโดยไม่มีการขยับ ทำให้นอนสะดุ้งกลางคืนได้ อาการลักษณะนี้บ่งบอกว่าเส้นประสาทส่งสัญญาณผิดปกติ มักพบร่วมกับเบาหวาน แอลกอฮอล์เรื้อรัง หรือการอักเสบในร่างกาย
3 รู้สึกแสบร้อน หรือไวต่อสัมผัสผิดปกติ
บางคนไม่ได้ปวดแรง แต่รู้สึกแสบร้อนเหมือนโดนของร้อน ทั้งที่ผิวปกติ หรือแค่ผ้าห่มสัมผัสเบา ๆ ก็รู้สึกเจ็บมากกว่าปกติ นี่คือภาวะที่เส้นประสาทรับความรู้สึกทำงานไวเกินไป มักเกิดในปลายประสาทอักเสบระยะกลางถึงเรื้อรัง หากปล่อยไว้นาน ระบบประสาทอาจเสียสมดุลมากขึ้นและรักษายากกว่าเดิม
4 กล้ามเนื้ออ่อนแรง จับของไม่ถนัด เดินสะดุดง่าย
เมื่อปลายประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวเริ่มถูกกระทบ จะไม่ใช่แค่ชา แต่จะเริ่มมีอาการอ่อนแรง เช่น กำของไม่แน่น เขียนหนังสือลำบาก หรือเดินแล้วเหมือนเท้าไม่สัมพันธ์พื้น เสี่ยงหกล้มง่าย อาการนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าโรคเริ่มกระทบการใช้ชีวิต ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุครับ
ลดเสี่ยงปลายประสาทอักเสบได้ แค่ทำตามนี้
• ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร
• เลี่ยงหวานจัดและแป้งขัดขาว
• รับวิตามินบีกลุ่มสำคัญให้เพียงพอ
• ลดหรือหยุดแอลกอฮอล์
• คอยขยับร่างกายสม่ำเสมอไม่ให้นั่งท่าเดิมนานเกินไป
• จัดท่าทางการทำงานให้ไม่กดทับเส้นประสาท
• และดูแลการนอนให้พอ เพราะการพักผ่อนมีผลต่อการฟื้นฟูเส้นประสาทโดยตรงครับ
ปลายประสาทอักเสบไม่ได้มาแบบปวดหนักทันที แต่มักเริ่มจากชา ซ่า ปวดแปลบ หรือแสบร้อนเล็ก ๆ หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะการรู้เร็ว แก้ที่ต้นเหตุได้ทัน จะช่วยป้องกันอาการเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนได้ในระยะยาวครับ



