สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ ว่าเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ทะยานขึ้นจากดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ซึ่งกำลังลอยลำอยู่ในตะวันออกกลาง เพื่อยิงสกัดอากาศยานไร้คนขับลำหนึ่งของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา


ทั้งนี้ โดรนลำดังกล่าวบินเข้าใกล้เรืออับราฮัม ลินคอล์น “ในลักษณะคุกคาม” ขณะที่เรือกำลังล่องผ่านทะเลอาหรับ แม้กองทัพสหรัฐซึ่งปฏิบัติการอยู่ในน่านน้ำสากล จะดำเนินมาตรการ “ลดระดับความรุนแรง” แล้วก็ตาม


หลังจากนั้น เซนต์คอมรายงานด้วยว่า เรือปืนสองลำของไออาร์จีซีเข้าประชิดเรือ “สเตนา อิมเพอเรทีฟ” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสารเคมีที่ติดธงชาติสหรัฐ และกำลังแล่นอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือปืนแล่นผ่านเรือสเตนา อิมเพอเรทีฟ ด้วยความเร็วสูงถึง 3 รอบ แล้วยังส่งโดรนบินวนเหนือเรือด้วย


ระหว่างการแล่นผ่านรอบหนึ่ง ไออาร์จีซีข่มขู่ผ่านทางวิทยุสื่อสารว่า จะบุกขึ้นเรือและยึดเรือสเตนา อิมเพอเรทีฟ ซึ่งอยู่ในเขตน่านน้ำสากล กองทัพสหรัฐจึงต้องเข้าตอบโต้ พร้อมมอบการสนับสนุนทางอากาศเพื่อคุ้มกันเรือต่อไป โดยไม่มีการให้รายละเอียดว่า ดำเนินการอย่างไร


ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมของทางการอิหร่านรายงานว่า ไออาร์จีซีสูญเสียการติดต่อกับโดรนลำหนึ่ง ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจ “ลาดตระเวน เฝ้าระวัง และบันทึกภาพ” เหนือน่านน้ำสากลในทะเลอาหรับ ซึ่งโดรนลำดังกล่าว สามารถส่งข้อมูลภาพจาก “การเฝ้าระวังและลาดตระเวน” กลับมายังศูนย์บัญชาการของไออาร์จีซีได้สำเร็จ ก่อนขาดการติดต่อไป ทั้งนี้ “สาเหตุของการสูญเสียการติดต่อกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะมีการประกาศรายละเอียดเมื่อได้รับการยืนยันแล้ว”.

เครดิตภาพ : AFP