เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 4 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเกี่ยวกับการขนย้ายช้างป่าพลายสีดอหูพับออกจากพื้นที่ อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ได้สนธิกำลังกว่า 200 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช้การยิงยาซึมใส่พลายสีดอหูพับ ช้างป่าภูหลวง หลังจากที่ได้เข้ามาหากินบริเวณตำบลเมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้าน โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2568 พลายสีดอหูพับ ได้ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตถึง 2 ราย จนทำให้ชาวบ้านได้ไปร้องกับศาลปกครองขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา จนศาลปกครองมีคำสั่งให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่

กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 69 พลายสีดอหูพับออกหากินที่บริเวณบ้านโคกม่วง ต.เมืองเก่าพัฒนา เจ้าหน้าที่ได้ใช้การยิงยาซึมใส่ จากนั้นต้อนให้เดินมาที่ไร่อ้อยท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะใช้รถแบ๊กโฮทำทางให้รถบรรทุกสิบล้อจอด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้เชือกผูกขาทั้ง 4 ข้าง ช่วยกันดึงและต้อนขึ้นรถสิบล้อ เพื่อเคลื่อนย้ายไปที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อ.ภูหลวง จ.เลย โดยจะมีการดูแลเพื่อปรับพฤติกรรม เพื่อไม่ให้มีนิสัยดุร้าย และจำเส้นทางที่จะกลับมาหากินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับติดเครื่องติดตามตัว โดยตลอด 2 ข้างทางที่เคลื่อนช้างผ่าน มีชาวบ้านยอมอดตาหลับขับตานอนมาดูการย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ดังกล่าว

นางวงเดือน ประรุมเมือง ชาวบ้านโคกม่วง บอกว่าตลอดเวลาที่มีช้างป่าเข้ามาหากินในพื้นที่ ตนก็มีการปรับตัวเพื่อที่ช้างและคนอยู่ร่วมกันได้ ที่ผ่านมาช้างป่าจะเข้าไปหากินในที่นาท้ายหมู่บ้านตน จึงใช้วิธีไม่ไปนอนที่กระท่อม แต่ก็ยังเกิดปัญหา ซึ่งก็รู้สึกใจหายที่มีการเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ไป และตนก็อยากจะเห็นช้างป่าที่เข้ามาหากินในพื้นที่ด้วย

นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการ เหตุการณ์การเคลื่อนย้ายช้างป่าคืนถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เตรียมย้าย “ช้างหูพับ” คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน “ช้างหูพับ” เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี มีพฤติกรรมย้ายถิ่นฐานจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย เข้ามาอาศัยหากินในเขตพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน

เมื่อจับพลายสีดอหูพับได้แล้ว จะเคลื่อนย้ายไปดูแลและปรับพฤติกรรมที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ จ.เลย โดยจะมีทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.8 ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) และทีมสัตวแพทย์สัตวบาลจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า คอยดูแลประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด มีการใช้มาตรการความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งการติดตั้งรั้วไฟฟ้า กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ขณะที่กำลังนำช้างป่าหูพับ ขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ เดินทางออกมาได้เพียง 15 นาที ช้างได้เกิดอาการชัก ทำให้ต้องนำช้างป่าเดินทางเข้ารักษาอาการด่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง โดยแพทย์พยายามช่วยให้ช้างป่าหูพับกลับมามีชีพจร แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ ซึ่งขณะนี้ซากของช้างป่าหูพับ คาดว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) จะมีการออกมายืนยันการล้มของช้างป่าหูพับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยไม่อนุญาตผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง