ตามที่ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ พระอธิการที ปริสุทฺโธ อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดหนองยาง ต.ผักไหม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่อาพาธหนักจนแพทย์ได้แจ้งให้ญาติ และศิษยานุศิษย์ ทำใจ พร้อมทั้งยังได้เตรียมการจัดพิธีศพแล้ว แต่อยู่ๆ พระอธิการที กลับฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์นั้น

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พระอธิการที หรือ “หลวงพ่อที” ได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า ก่อนหน้านี้ตนอาพาธ ด้วยโรคเรื้อรังรุมเร้ามานานหลายปี อาการหนักถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูครั้งล่าสุดกว่าครึ่งเดือน ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและให้อาหารทางสายยาง ร่างกายไม่ตอบสนองจนแพทย์เจ้าของไข้แจ้งแก่ญาติโยมว่าให้ทำใจ เพราะโอกาสรอดริบหรี่ แต่เมื่อปลายเดือน ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่ชาวบ้านและลูกศิษย์ต่างหมดหวัง และเริ่มระดมกำลังตัดต้นไม้เพื่อเตรียมสถานที่ไว้สำหรับจัดงานฌาปนกิจ อาการกลับดีขึ้น หลังจากฟื้นจากความเจ็บป่วย ซึ่งนอนไอซียูนานถึง 15 วัน แม้ตอนนี้ยังไม่ได้หายดี 100% แต่พอทุเลา ยังต้องตามดูอาการตลอด

“หลวงพ่อที” กล่าวต่อไปว่า สาเหตุแห่งความเจ็บป่วยนี้เชื่อว่าเป็นกฎแห่งกรรมอย่างแท้จริง เพราะในอดีตก่อนบวช ในช่วงวัยรุ่น เคยทำบาปมหันต์ด้วยการเข้าป่าล่าสัตว์ สร้างความเจ็บปวดทรมานให้แก่สัตว์น้อยใหญ่จำนวนมาก จึงเชื่อว่าผลจากการกระทำในอดีต ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ประหนึ่งตายแล้วเกิดใหม่ ร่างกายรุมเร้าด้วยโรคร้ายสารพัด ทั้งลำไส้ทะลุ กระดูกผุ และโรคกระดูกทับเส้นประสาท ที่สร้างความเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ ส่วนเคล็ดลับที่เชื่อส่วนตัวว่าช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา คือ การทำพิธีแก้เคล็ดด้วยการ “นอนโลงเย็น” ซึ่งเชื่อว่าเป็นการตายแล้วเกิดใหม่ เพื่อสะเดาะเคราะห์ใหญ่ให้ผ่านพ้นไป แต่ก็ไม่อยากให้งมงาย

อย่างไรก็ตาม “หลวงพ่อที” ยอมรับว่า ขณะนี้มีความยากลำบากในการเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด เนื่องจากทางวัดและลูกศิษย์ขาดแคลนยานพาหนะ และมีความลำบากในการว่าจ้างรถเอกชนเพื่อเดินทางไป-กลับโรงพยาบาล จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงลูกศิษย์หรือผู้มีจิตศรัทธา ที่มีความพร้อมเรื่องรถ หรือทุนทรัพย์ในการว่าจ้างรถ เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ เพื่อให้หลวงพ่อได้รับยาและการบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 06-2183-7120