เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า ตุ๊ก น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ร่วมกับ น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 7 เขตของ พรรคภูมิใจไทย ลงพบปะพี่น้องประชาชนที่ ตลาดท่าทองใหม่ และ ตลาดศาลเจ้า จ.สุราษฎร์ธานี ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น สะท้อนความคาดหวังของคนพื้นที่ต่อการเมืองที่แก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ‘ศุภจี-กานสิริ’ ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในบทบาทผู้รับฟังปัญหาและการสื่อสารแนวทางการยกระดับจังหวัด โดยเน้นภาพของทีมที่ไว้ใจได้และทำงานเป็นระบบมากกว่าการมาเพียงช่วงเลือกตั้ง พร้อมชูเป้าหมายใหญ่ในการผลักดันสุราษฎร์ฯ สู่ Trade Hub หรือศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐาน
สาระสำคัญของการสื่อสารต่อประชาชนครั้งนี้ วางกรอบนโยบายเศรษฐกิจไว้ 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. ลดภาระค่าครองชีพ เสนอแนวทาง ลดค่าไฟเหลือ 3 บาท/หน่วย และนำคนละครึ่งพลัสกลับมา เพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อและลดแรงกดดันรายจ่ายในครัวเรือน 2.เพิ่มรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจท้องถิ่น มุ่งยกระดับทุเรียนสมุยและสร้างเสถียรภาพราคายางพารา โดยวางเป้าหมายให้สินค้าเกษตรสำคัญของพื้นที่มีมูลค่าเพิ่ม เข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น และต่อยอดสู่เครือข่ายการค้าระดับภูมิภาค และ3. พัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการค้า
ผลักดันรถไฟทางคู่และโครงการสะพานข้ามเกาะสมุย ให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับโลจิสติกส์ การเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเชื่อมเศรษฐกิจเมือง–เกาะ–ท่าเรือ–สนามบิน ให้เป็นระบบเดียวกันรองรับการเติบโตระยะยาว
โดย น.ส.กานสินี วางจุดยืนชัดในประเด็นเศรษฐกิจ โดยอธิบายภาพการพัฒนาสุราษฎร์ฯ ให้ก้าวจากเมืองท่องเที่ยวและเกษตร สู่เมืองการค้าและโลจิสติกส์ ที่เชื่อมโยงโอกาสของผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ากับตลาดเอเชียแปซิฟิก ที่กำลังเติบโต พร้อมย้ำว่าการเป็น Trade Hub ไม่ใช่คำสวยหรู แต่ต้องเกิดจากต้นทุนที่ประชาชนรับไหว รายได้ที่เพิ่มจริง และโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ค้าขายคล่องขึ้น
ขณะเดียวกัน น.ส.ศุภจี ทำหน้าที่สื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง เน้นความต่อเนื่องในการดูแลพื้นที่ และสะท้อนความสัมพันธ์การทำงานที่แน่นแฟ้นกับกานสินีในฐานะคู่คิดคู่ทำ ที่จะผลักดันนโยบายให้เกิดผลเชิงประจักษ์ ช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ทีมผู้สมัครระบุจุดยืนร่วมว่า การทำงานจะไม่หยุดอยู่ที่เวทีหาเสียง แต่พร้อมติดตามและผลักดันนโยบายต่อเนื่อง เพื่อให้คนสุราษฎร์ฯ เห็นผลจริงในชีวิตประจำวันตั้งแต่ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน รายได้ครัวเรือน โอกาสค้าขายของชุมชน ไปจนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอนาคต จึงขอโอกาสจากประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ เพื่อลงมือทำตามเป้าหมายการยกระดับ สุราษฎร์ธานี สู่ศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง






