เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่  4 ก.พ.2569 ที่ . ที่ลานสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่ หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าวปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. สงขลา โดยระบุว่า บรรดานายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่มีใครเก่งเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อีกแล้ว วันนี้นั่งเครื่องบินจากการปราศรัยที่จ.ศรีสะเกษมาต่อยังจ.สงขลา อีกทั้งนายอนุทิน เหมาะกับการเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยมากที่สุด เนื่องจากเป็นนักบริหารมืออาชีพ ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

นายธนกร กล่าวว่าขอให้ไปดูว่าแคนดิเดตของพรรคการเมือง โดยยกตัวอย่างพรรคการเมืองสีส้ม ที่มีแต่คำถามว่ามีทหารไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะ แล้วประชาจะให้คะแนนได้อย่างไร วาทะที่บอกมีส้มไม่มีเทา มีส้มไม่มีเทา แต่ผู้สมัครถูก สส.จับกุมคดียาเสพติด แบบนี้ก็เลือกไม่ได้

ส่วนการที่ผู้สมัครหมอรายหนึ่ง ปราศรัยโจมตี นายศาสตรา ศรีปาน  ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ทั้งยังด่าทอนายอนุทินเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด -19 แต่ทราบหรือไม่ว่าในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยแก้ปัญหาจนทั่วโลกชื่นชม จึงไม่ทราบว่าคนที่มาปราศรัยเป็นหมอหรือเป็นอะไรกันแน่ และขอให้ไปจัดการเรื่องจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 จำนวน 10 ล้านบาท แบ่งซื้อแบ่งจ้างอย่างไม่โปร่งใส

นายธนกร กล่าวต่อว่า ส่วนพรรคสีแดง แคนดิเดตคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เหมาะที่จะเป็นอาจารย์ ไม่เหมาะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนอีกซึ่งไม่อยากพูดถึงมาก คือสีฟ้า ขึ้นเวทีก็โจมตีเรื่องน้ำท่วม ซึ่งตนมาแก้ปัญหากับนายอนุทิน ซึ่งเงินเยียวยาเหลือเพียงงวดสุดท้าย ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ทำ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้อนุมัติเงินเยียวยา แต่ตนมั่นใจว่าเงินเยียวยารอบสุดท้ายนี้จะถึงมือประชาชนอย่างแน่นอน พร้อมอีกว่าประชาชนคงจะคิดถึงพรรคการเมืองสีฟ้า แต่ก็ได้ดีแต่พูดไม่ได้ทำอะไรให้กับชาวสงขลา ซึ่งรู้ว่าประชาชนมีพรรคสีฟ้าอยู่ในใจ แต่ขอให้เลือกพรรคสีน้ำเงินทั้งแผ่นดิน

นายธนกร  กล่าวย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่บ้านใหญ่ แต่เป็นพรรคการเมืองของทุกบ้าน มีทีมเศรษฐกิจ มีความรู้ความสามารถ อย่างนางศุภจี  สุธรรมพันธุ์ ที่ทุกคนเรียกว่า “ซุปเปอร์จี” จะออกมาแก้ไขปัญหาให้กับคนไทย ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ทิ้งงานราชการลาออกมาเพื่อเป็น รมว.คลัง ช่วยเหลืองานให้กับประชาชน และถ้าวันนี้หากประชาชนเลือกเหมือนเดิมจะกลายเป็นเบี้ยหัวแตก ต้องเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์คือทั้งคนทั้งพรรค 

นายธนกร   กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนจำตนได้จากการที่มาติดตามทำงานกับพล.อ.ประยุทธ์  อีกทั้งโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลลุงตู่ ซึ่งตนก็อภิปรายนโยบายคนละครึ่งนี้ในสภามาโดยตลอด แต่เมื่อรัฐบาลนายอนุทินมาถึงไม่กี่เดือนจึงสานต่อโครงการนโยบายคนละครึ่งพลัส ขณะที่นโยบายสวัสดิการแห่งรัฐจะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น และจะดำเนินให้ทุกคนเข้าสู่หลักเกณฑ์อย่างครบถ้วน

”อยากจะกราบพี่น้อง ประชาชนเคยศรัทธาตน้อง รักลุงตู่ ขอให้รักลุงหนูด้วย อย่าแบ่งใจไปให้ใคร ต้องเลือกทั้งคนเลือกทั้งพรรค เพื่อให้นายอนุทินกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก“นายธนกร กล่าว.