เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นางเรวดี ศรีท้าว อดีตนักวิ่งทีมชาติ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

อ่านยังไงๆ ก็ไม่ได้บอกว่าเลือกคนทุจริตคอร์รัปชันหรือคิดว่าทุจริตคอร์รัปชันดีกว่าแต่บอกว่ากลัวน้อยกว่านะ ใครอ่านแล้วแปลความหมายว่าดิฉันเลือกและเห็นด้วยกับการคอร์รัปชันบ้างหว่า! สื่อก็เนาะ เลือกแขวนได้ดีจริงๆ

#พี่สบายดีค่ะ

ขอบคุณมิตรรักแฟนๆ เพื่อนๆ กัลยาณมิตรทุกคนทุกท่าน ที่เป็นห่วงพี่ พี่สบายดี ยังกินอิ่ม นอนหลับ ออกกำลังกาย ทำงานตามปกติค่ะ คนที่ยกมือไหว้พี่ก็ยังไหว้พี่เหมือนเดิม คนไม่ไหว้พี่ก็ยังคงไม่ไหว้พี่เหมือนเดิม ทุกอย่างปกติดีสำหรับพี่ค่ะ กราบขอบคุณทุกๆ กำลังใจค่ะ

ต่อมาได้โพสต์เพิ่มเติมว่า นึกถึงวัยเด็ก

สมัยพี่เด็กๆ พี่โดนเด็กผู้ชายตามพวกตามพ่อ ตามแม่มารุมพี่เพราะมีตัวจุดประกาย สารตั้งต้นคือเด็กผู้ชายคนหนึ่งแสดงความโอหังด่าพี่ทั้งๆ ที่พี่อยู่ของพี่เงียบๆ ด่าถึงพ่อแม่..พี่ไม่ยอมก็แค่กระโดดชกเบ้าตาเขาแตก เขาวิ่งร้องไห้ไปตามพวกมา พ่อแม่มา กะเอาพี่ถึงตาย…พี่ทำไง..พี่สู้กลับด้วยมือเปล่าค่ะ จนพ่อเด็กลูกกะตาเกือบหลุดจากเบ้า ตัวพี่ล่ะ ก็มีรอยขีดข่วนบ้างแต่ไม่มากเท่ากลุ่มที่มารุม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สำหรับพี่ก็แค่อืม! นึกถึงวัยเด็ก สถานการณ์ไม่แตกต่าง พี่ก็อยู่ในบ้านพี่นะ แต่ก็มีสื่อจริงๆ ต้องขอบคุณนะโดยเฉพาะไทยรัฐ ที่เอาประวัติพี่มาลงว่า เรวดี ศรีท้าว คือใคร? เพราะสื่อกับพี่สมัยก่อนตอนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ พี่กับนักข่าวกีฬาสนิทกันแทบทุกสำนัก พูดคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน ไทยรัฐก็น่าจะมีประวัติพี่มากที่สุดแหละตอนนี้

พี่จะขอบคุณมากๆ เลยถ้าใครที่พอจะมีความสามารถเป็นทนายช่วยตามเก็บจะได้มีเงินมาทำบุญหน่อยพี่ยินดีไปโรงพักไปศาลทุกเคสทุกกรณีค่ะ

พี่อยากจะบอกว่าสำหรับพี่ๆ โอเค แต่ถ้ารุกคืบไปถึงคนที่บ้านพี่ครอบครัว สามีพี่ลูกพี่ พี่เอาตายค่ะ

หลายคนเข้ามาในบ้านพี่มากดหัวเราะเข้ามาตั้งคำถามเข้ามาแสดงภูมิความรู้ โดยเฉพาะยิ่งเห็นประวัติพี่บอกใช้ไม่ใช้หัวในการวิ่งพี่อยากจะบอกทุกคนเหมือนกับที่พี่บอกครอบครัวลูกศิษย์และตัวลูกศิษย์ที่เคยมาฝึกกับพี่ ซึ่งมีทุกรุ่นทุกวัยตั้งแต่ 4-5 ขวบ ไล่ไปจนเกิน 60 ปี ว่า #นักกีฬาไม่โง่ค่ะ #คนที่เล่นกีฬาไม่โง่ค่ะ เพราะคนที่เล่นกีฬาหรือนักกีฬาจะต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์วางแผนการฝึก ยิ่งในการแข่งขันยิ่งต้องวางแผน สำหรับตัวพี่เวลาจะแข่งพี่จะดูว่าคู่แข่งพี่เป็นใคร แข่งแต่ละครั้งจะทิ้งขาดตั้งแต่เริ่มหรือค่อยๆ เก็บกินทีละนิดดี พี่วางแผนค่ะ #นักกีฬาไม่โง่ค่ะ โดยเฉพาะประเภททีมยิ่งต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นในการแข่งขัน ในแต่ละครั้งเพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน ดังนั้น #นักกีฬาไม่โง่ค่ะ

พี่ไม่เห็นอะไรใหม่จากปีก่อนๆที่พี่ก็โดนเอาข้อความที่พี่เขียนในพื้นที่พี่ไปเป็นสารตั้งต้น เหมือนคนหว่านเมล็ดอาหารให้ปลาให้ไก่ จากนั้นก็จะมีปลา มีไก่มาจิกกินเม็ดข้าว เม็ดอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ อาหารหมดก็ไป เรื่องนี้ก็เช่นกันไม่มีอะไรใหม่ แค่บอกเพื่อนๆ ลูกๆหลานๆ ว่าไม่ต้องเข้าไปอ่านเพราะไม่มีอะไรสร้างสรรค์ ไม่มีอะไรที่เพิ่มภูมิความรู้ใดๆ

สิ่งที่เห็นก็พอจะมองออกได้ว่า สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม กันที่กู่ก้องร้องเต็มถนน ว่าต้องมีต้องได้ มันมีอยู่จริงไหม? เอาแค่เรื่องง่ายๆคนฉลาดจะอ่านทุกตัวอักษรแล้วใคร่ครวญวิเคราะห์ด้วยสติว่าอีคนนี้มันจะสื่ออะไร แต่ด้วยความฉลาดในกลุ่มคนหลง ก็จะดูแค่คำที่ของจะขึ้นได้ง่ายแล้วเอามาตี 

จริงๆ พี่ก็แปลกใจนะ พี่มี 1 สิทธิ 1 เสียง พี่บอกเจตนาพี่ชัดเจนว่าพี่ไม่เลือก…เน่า ทำไมจึงแตกตื่นกันขนาดนี้ พี่อยากให้นักวิเคราะห์ของพรรคการเมืองหยิบเคสพี่ไปวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมสาวกถึงดิ้นกันพล่านนั่นเพราะกลัว! หรือเพราะอะไรกันแน่? แสดงว่า คนที่มีสติและปัญญาเริ่มมีมากขึ้นแหละเนอะ

#โอเคนะคะพี่สบายดี

#พี่แค่บอกลูกน้องพี่ที่ทำงานว่าวันจันทร์จะได้กินฉลองหรือจะได้นั่งนิ่งๆวันอาทิตย์นี้รู้กัน

#พี่สบายดีค่ะ