การปราศรัยครั้งนี้นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย
นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ผู้ช่วยหาเสียง นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.
บัญชีรายชื่อ น.ส.สุจิตรา ทรงมัจฉา สมาชิกพรรค และผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตจังหวัดสุพรรณบุรีทั้ง 5 เขต ได้แก่ นายสรชัด สุจิตต์ เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เขต 2 นายนพดล มาตรศรี เขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม เขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน เขต 5

นายอนุทินปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเดินทางมาสุพรรณบุรีครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นจังหวัดที่มีรากฐานทาง
การเมืองมั่นคง และเป็นเมืองของบุคคลสำคัญอย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเคยได้รับคำสั่งโดยตรง
เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ให้ช่วยดูแล นายวราวุธ ศิลปอาชา หรือ “น้องท็อป” เพื่อทำงานรับใช้ประชาชนชาวสุพรรณบุรีสืบต่อเจตนารมณ์ทางการเมือง

นายอนุทินกล่าวว่า นายบรรหารมองการณ์ไกล เห็นว่าทั้งสองคนสามารถทำงานร่วมกันได้ และกำชับไม่ให้ทอดทิ้งกัน ซึ่งคำสั่งดังกล่าวยังคงอยู่ในใจตนเสมอมา จนกระทั่งถึงวันที่พรรคภูมิใจไทยและกลุ่มการเมืองจากสุพรรณบุรีตัดสินใจเดินมาร่วมกันอย่างเป็นทางการ

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำว่า การรวมพลังครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของเงื่อนไขหรือการต่อรอง แต่เป็นความเข้าใจและให้เกียรติกัน พร้อมประกาศชัดว่าการรวมกันของพรรคภูมิใจไทยกับกลุ่มการเมืองสุพรรณบุรี จะเป็น “การพัฒนาแบบพลัส” ที่ต่อยอดความเข้มแข็งของจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดบุรีรัมย์ สู่การพัฒนาประเทศทั้งระบบ

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ผู้สมัครทุกคนที่ขึ้นเวทีวันนี้ คือทีมที่ “ตกล่องปล่องชิ้น” แล้วว่าจะทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเป็นผู้แทนของชาวสุพรรณบุรี พร้อมยืนยันว่า หากนายวราวุธขออยู่ลำดับที่ 1 บัญชีรายชื่อ ก็พร้อมให้โดยไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพและความเป็นผู้นำ

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืน โดยระบุว่าการแก้ปัญหาระยะยาวคุ้มค่ากว่าการจ่ายเงินเยียวยาซ้ำซาก พร้อมยืนยันว่าพร้อมใช้อำนาจและงบประมาณผลักดันโครงการให้เกิดผลจริง

ในด้านเศรษฐกิจและเกษตรกรรม นายอนุทินกล่าวว่าการปิดด่านการค้าช่วยพยุงราคาข้าว อ้อย และผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น พร้อมระบุว่าหากมีการทำตลาดอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยยังเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท และยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ประเทศตกเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็น “หมารับใช้ประชาชนสุพรรณบุรี” ด้วยความภาคภูมิใจ และขอให้ประชาชนเลือกทีมงานทั้งชุด เพื่อสกัดการเมืองแบบแตกแยก และสร้างความมั่นคงให้จังหวัดสุพรรณบุรี

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวปราศรัยว่า การตัดสินใจย้ายมาพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นการทิ้งมรดกทางการเมืองของนายบรรหาร ศิลปอาชา แต่เป็นการต่อยอดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมชี้ว่าการอยู่พรรคภูมิใจไทยจะทำให้สุพรรณบุรีมีโอกาสเข้าถึงกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง

นายวราวุธระบุว่า จากเดิมเลือก สส. 10 คน ได้ดูแลเพียง 1 กระทรวง แต่หากเลือกทีมเดิมภายใต้พรรคภูมิใจไทย จะได้ดูแลถึง 6–7 กระทรวง พร้อมขอให้ประชาชนกาบัตรเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 เพื่อให้การพัฒนาสุพรรณบุรีเดินหน้าอย่างเต็มศักยภาพในระยะ 4 ปีข้างหน้า.

วัชระ พัฒนศรี
หัวหน้าศูนย์ข่าวภาคตะวันตก