สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่สนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “นิว สตาร์ต” (NEW START) ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านนิวเคลียร์ “รายการสุดท้ายที่เหลืออยู่” ระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียต หรือรัสเซียในปัจจุบัน หมดอายุแล้วในวันที่ 5 ก.พ. ว่าขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของจีนนั้น “อยู่ในระดับที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เมื่อเทียบกับสหรัฐและรัสเซีย ดังนั้น จีนจะยังไม่เข้าร่วมการเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ในระยะนี้


ถ้อยแถลงดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศจีน เป็นการตอบโต้การที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาจำกัดเพดานการครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ฉบับใหม่ ต้องมีจีนเข้าร่วมด้วย


ปัจจุบันคลังแสงนิวเคลียร์ของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการประเมินว่าจีนมีฐานยิงนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ประมาณ 550 แห่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังถือว่าต่ำกว่าเพดานที่รัสเซียและสหรัฐถูกจำกัดไว้ภายใต้ข้อตกลง นิว สตาร์ต ซึ่งกำหนดไว้ที่ประเทศละ 800 แห่ง และตอนนี้รัสเซียและสหรัฐครอบครองหัวรบนิวเคลียร์รวมกันมากกว่า 80% ของโลก โดยรัสเซียมีมากที่สุด ตามติดด้วยสหรัฐ


สำหรับสนธิสัญญานิว สตาร์ต นั้น ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2553 จำกัดให้รัสเซียและสหรัฐ มีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงเกือบ 30% จากขีดจำกัดเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อปี 2545


นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังอนุญาตให้แต่ละฝ่ายสามารถเข้าไปตรวจสอบคลังอาวุธนิวเคลียร์ในสถานที่จริงของอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่การตรวจสอบเหล่านี้ได้ถูกระงับไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่มีการกลับมาดำเนินการตรวจสอบอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา.

เครดิตภาพ : AFP