“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมฯ เริ่มเดินหน้าแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมรับศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือน ก.ย.นี้ ล่าสุด คณะกรรมการพิจารณาแผนงานและงบประมาณการเตรียมนักกีฬาแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ได้เชิญสมาคมฯ เข้าชี้แจงรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พล.อ.เดชา กล่าวว่า สมาคมฯ ได้พิจารณาการส่งนักกีฬาที่มีความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จำนวน 13 รายการ จากที่มีชิงชัยทั้งหมด 20 รายการ ซึ่งเน้นการพิจารณาจากผลงานการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยผลงาน 10 ทอง, 7 เงิน และ 3 ทองแดง และจากผลงานการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ผ่านมา สำหรับประเภทลู่มีแข่งขันทั้งหมด 12 รายการ แต่สมาคมฯ จะเน้นไปที่การแข่งขันลู่ระยะสั้น ทั้งทีมสปรินต์, คีริน และสปรินต์ ซึ่งในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทีมชาติไทย นำโดย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, “แนว” นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ “มะขาม” ยืนยง เพชรรัตน์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ทีมสปรินต์ จะได้เพียงเหรียญเงินแต่เวลาแพ้มาเลเซีย ไปแค่ 0.220 วินาที เท่านั้น

ส่วนประเภทถนนมีแข่งขัน 4 รายการ คือไทม์ไทรอัลบุคคลชาย-หญิง และโรดเรซบุคคลชาย-หญิง นักปั่นไทย ก็มีโอกาสลุ้นเหรียญใดเหรียญหนึ่งทุกรายการ ทีมชาย นำโดย “วุฒิ” สราวุฒิ สิริรณชัย เจ้าของเหรียญทองโรดเรซบุคคลชายและทีมชาย ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พร้อมด้วย “มะตูม” พีระพล ชาวเชียงขวาง เจ้าของเหรียญทอง ไทม์ไทรอัลบุคคลชาย รวมถึง อาทิตย์ ปูลาร์ด นักปั่นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่เคยลงแข่งขันกับทีมในระดับโปรทัวร์มาแล้ว ขณะที่นักกีฬาหญิง นำโดย “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ เจ้าของเหรียญทอง ไครทีเรียม และโรดเรซบุคคลหญิง พร้อมด้วย “แพร” เพชรดารินทร์ สมราช และนักกีฬาคนอื่น ๆ ที่เป็นนักกีฬาดาวรุ่ง ก็มีโอกาสทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน

สำหรับประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ มีชิงแค่ 2 ทอง คือ บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งชาย-หญิง แน่นอนว่านักกีฬาทีมชาติไทย “เอ้” โกเมธ สุขประเสริฐ เจ้าของ 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ และแชมป์เอเชีย 3 สมัย จะเป็นนักกีฬาความหวังของไทยในการคว้าเหรียญทอง โดยมี พุทธภูมิ นาคแป้น เจ้าของแชมป์เอเชีย 2024 และ 2025 รุ่นเยาวชน เป็นตัวสอดแทรกที่มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเช่นกัน ขณะที่ นักกีฬาหญิง จะมี “ฟ้า” ชุติกาญจน์ กิจวาณิชเสถียร ที่เคยคว้าเหรียญเงิน ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 และ เขมิกา ศรีโสภา กับ หทัยเพชร ใจสว่าง สองนักปั่นดาวรุ่งที่ทำผลงานติด 1 ใน 5 ของการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์เอเชีย 2024 และ 2025 ในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ทางด้านประเภทเสือภูเขา มีชิง 2 ทอง เช่นเดียวกัน คือครอสคันทรี่ชาย-หญิง สมาคมฯ ได้พิจารณาจากผลงานการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี่นานาชาติ “2026 ไทยแลนด์ เอ็มทีบี คัพ” ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งแข่งขันไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอันดับโลกของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ UCI อันดับของนักกีฬาไทยและประเทศไทยก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เช่นประเภทถนนชาย ประเทศไทย อยู่อันดับ 43 ของโลก ส่วนประเภทถนนหญิง อยู่อันดับ 38 ของโลก ซึ่งกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกนักกีฬาไปโอลิมปิกเกมส์ 2028 จะคัดนักกีฬาจากประเทศที่อยู่อันดับ 1-45 ไปแข่งขันทั้งชายและหญิง ขณะที่ ประเภทลู่ประเภทบุคคล จาย อังค์สุธาสาวิทย์ รั้งอันดับ 87 ของโลก และ นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา อยู่อันดับ 109 ของโลก ซึ่งนักปั่นไทย ต้องเก็บคะแนนสะสมเพิ่มให้มากที่สุดเพื่อให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก เนื่องจากการคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ จะคิดคะแนนจากรายการชิงแชมป์โลกปี 2026 และ 2027

“สำหรับนักกีฬาทุกประเภทจะเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.69 เป็นต้นไป โดยมีนักกีฬาทั้งที่เป็นตัวจริงและคู่ฝึกซ้อมตามระเบียบ ในประเภทถนนสตาฟฟ์โค้ช ต้องหาข้อมูลเส้นทางการแข่งขันว่ามีภูมิประเทศเป็นอย่างไร จะได้หาสถานที่ฝึกซ้อมใกล้เคียงกัน ส่วนประเภทลู่อาจจะต้องส่งไปฝึกซ้อมที่เมืองไท่หยวน ประเทศจีน ซึ่งเป็นลู่ระยะ 250 เมตร ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.69 ก่อนแข่งขันประมาณ 2 เดือน เพื่อให้นักปั่นทีมชาติไทยปรับตัวให้คุ้นเคย เพื่อผลงานที่ดีที่สุดในเอเชียนเกมส์ เนื่องจากทางเจ้าภาพญี่ปุ่น จะใช้เวลโลโดรมอิซู ซึ่งเคยเป็นสังเวียนการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 เป็นสนามแข่งขันประเภทลู่ ในขณะที่บ้านเราขณะนี้มีเพียงเวลโลโดรมกลางแจ้งความยาว 333.33 เมตร ที่ผ่านมาสมาคมฯ ไม่เคยทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยผิดหวัง เราทำงานกันอย่างหนักและต่อเนื่องโดยไม่เคยหยุดพัก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง” เสธ.หมึก กล่าวทิ้งท้าย