แบกความคาดหวังของประชาชนก่อนหน้านี้อย่างเต็มเปี่ยม เพราะเรื่องปากท้อง เรื่องทำมาค้าขายของชาวบ้าน ยิ่งในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ ยิ่งมีความกดดัน และมุมการเมืองถูกมองว่าอาจกลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล ทำให้ “เสียศูนย์” ไปพักหนึ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า“ศุภจี” คือความคาดหวังของพรรคภูมิใจไทย เพราะถูกชูขึ้นมาเป็นหนึ่งใน “ขุนพลหลัก” ของรัฐบาล และอัดโปรโมตอย่างหนักพร้อมกับอีกสองขุนพลก่อนหน้านี้ จึงไม่แปลกใจที่จะถูกจับตา ถูกพิสูจน์ผลงานการทำงานว่าผลในบั้นปลาย จะออกมาอย่างไร แต่เทคโนแครตเป๋ซ้ำๆ นางกวักภูมิใจไทยเสียทรงอย่างแรงจาก เรื่องขายทุเรียนราคาถูก ชักไม่ฮอตเหมือนมือโปร อย่างที่เคลมกันไว้เหมือนตอนแรก ก่อนหาเสียงเลือกตั้ง จน “นายกอนุทิน” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ต้องออกโรงช่วยปกป้อง
แค่เริ่มต้นก็ต้องแบกกันหลังแอ่น สะบัก สะบอมอยู่นาน อุ้มเผือกร้อนมันไม่ง่าย เสียรังวัดตั้งแต่เรื่องแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ จะนำไปขายในปั๊มน้ำมัน และการจะตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง สุดท้ายโครงการตั้งล้งกลางต้องพับไป
ข้อด้อยของ “ซุปเปอร์จี” คือมาจากนักบริหารอาชีพภาคเอกชน ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ที่สำคัญ ไม่มี สส.ในสังกัดที่จะคอยทำหน้าที่ปกป้องในกรณีที่เกิดพลาดพลั้ง อยู่ในวงการเมืองเต็มตัวแล้ว ต้องคอยประคับประคองช่วยตัวเองที่กำลังไต่เส้นด้าย พลาดพลั้งเมื่อไหร่ ไม่อยากนึกว่าต้องเจอกับอะไร
จนเกิดปรากฎการณ์พรรคร่วมรัฐบาล “คริส โปตระนันทน์” สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ออกมาเรียกร้องให้ “ศุภจี” ลาออกจากตำแหน่งรมว.พาณิชย์ พร้อมระบุว่า สิ่งที่นางศุภจี ทำอาจไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ การไลฟ์สดไม่ได้ช่วย อะไร แต่สิ่งที่จะช่วยให้ราคาทุเรียนกลับมาดีขึ้นได้ในอนาคตคือ การจัดการใบอนุญาตทั้งหมด 5 หน่วยงาน 14 ใบตรวจ ซึ่งประชาชนคนใดที่ต้องการจะส่งออกทุเรียน ต้องไปเรียนเพิ่มอีก 2 หลักสูตร หากรัฐมนตรีอยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากไปกว่ากันไลฟ์สดขายของ ก็ควรแก้ปัญหานี้ นี่เป็นโอกาส ที่รัฐมนตรีจะเก็บเก้าอี้ของตัวเองไว้ได้ แม้ตอนหลังจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้กดดันให้ “ซุปเปอร์จี” ลาออก
แต่นายแบกอย่าง “นายกหนู” ทำหน้าที่รับแรงกระแทกแทน ตอบกลับแบบแสบๆคันๆว่า “พรรคเศรษฐกิจไทยแค่ยกมือให้ผมเป็นนายกฯ แหม ชอบทึกทัก“ พร้อมอุ้ม “ซุปเปอร์จี” สุดตัว ว่าเป็นคนทำงานหนักมากและไม่มีอาการท้อถอย มีแต่ลุยอย่างเดียวจนต้องเตือนให้พักผ่อนบ้าง ไม่เป็นห่วงเรื่องมรสุมข่าวลือ เพราะนางศุภจีเป็นคนแข็งแกร่ง หากถึงเวลาโต้ตอบกลับเมื่อไหร่ ฝ่ายที่โจมตีอาจถึงขั้น “จุก” หรือ “หงายท้องขาชี้ฟ้า”
“ซุปเปอร์จี” ที่กำลังถูกพิสูจน์อย่างรอบด้านแบบ “ถึงพริกถึงเครื่อง” ยิ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ก็ยิ่งโดนแรงกระแทก และถูกทดสอบอย่างหนักหน่วง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
เอาเป็นว่าถ้าเป็นของจริงไม่ต้องกลัว “ฝีมือ” และความตั้งใจจริง ทำให้สามารถผ่านไปได้ หากเป็น “ของจริง” ไม่ยากในการแก้ปัญหา แต่ถ้าไม่ใช่มันก็ไปต่อลำบาก เตรียมทิ้งทวนนับถอยหลังลามพังทั้งรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย แบบเลี่ยงไม่ได้แน่นนอน.



