เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย

โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมว่า วันนี้มีการประชุมชี้แจง ให้กับคณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ให้เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจัดในวันเดียวกัน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ. 2569 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 ซึ่งกำหนดให้การออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นครั้งแรก นับเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ต้องเตรียมการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยความเรียบร้อยโปร่งใสเป็นธรรมและต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  

นายแสวง กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการสังเกตการณ์ฯ ทั้งหมด 44 คน จาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กร เป็นผู้แทนจากองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA ทั้งนี้ สำนักงานกกต. ได้แบ่งผู้เข้าร่วมโครงการฯ ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน กลุ่มที่ 2 กลุ่มประเทศที่มีการสนับสนุนภารกิจของ กกต. และสำนักงาน กกต. และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐ มัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐตุรกี และอีก 1 องค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความช่วยเหลือด้านการเลือกตั้ง  

นายแสวง กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่นๆ ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และองค์การระหว่างประเทศ ที่มีหนังสือขออนุญาตนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งโดยใช้งบประมาณของตนเอง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ และเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections : ANFREL) นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเข้ารับฟังการบรรยายให้ความรู้ด้วย    

โดยกิจกรรมสังเกตการณ์ฯ ที่จัดระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ.2569 ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้ 1.วันที่ 6 ก.พ. 2569 การบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.วันที่ 7 ก.พ. 2569 การสังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ 3.วันที่ 8 ก.พ. 2569 การสังเกตการณ์การเปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ การลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และการปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และ 4.วันที่ 9 ก.พ. 2569 การสรุปผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ

ทั้งนี้ ตามหลักสากล การสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดความชอบธรรมของการบริหารจัดการเลือกตั้งสะท้อนความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจจริงของคณะผู้จัดการเลือกตั้ง ในการที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้ดำเนินไปด้วยความสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม รวมถึงให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ