เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่สำนักงานประกันสังคม มีการประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม นัดแรก โดยมีทั้งหมด 4 วาระ ที่น่าสนใจคือ วาระที่ 2 เรื่องเพื่อทราบ โดยในข้อที่ 2.1 ประเภทหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ และเรื่องที่ 2.1 การศึกษาเกี่ยวกับการออกนอกระบบราชการของสำนักงานประกันสังคม และ วาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา โดย 3.1 คือการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เรื่องที่ 3.1 แผนการดำเนินงาน (Roadmap) ในการศึกษาแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม โดยการประชุมเริ่มเวลา 13.30 น.

นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนลูกจ้าง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า สิ่งที่เราอยากให้เกิดช่วงปลายสมัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคือคำมั่นสัญญาเรื่องระเบียบการเลือกตั้ง ว่าจะไม่มีการอนุมัติระเบียบฉบับใหม่ในช่วงปลายสมัย ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นข้อสังเกตว่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็น หรือยื้อเวลาหรือไม่ เพราะการปฏิรูปในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้อาจจะไม่ได้มีความหมายอะไร เป็นเพียงการเอาการศึกษาที่เคยมีไว้มากองไว้เท่านั้นเอง ส่วนสิ่งที่เราจะนำเสนอในที่ประชุมคือร่างกฎหมายฉบับประกันสังคมก้าวหน้าเรื่อง การเอาสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการทำให้เป็นองค์กรอิสระยึดโยงกับผู้ประกันตนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า เรื่องการปฏิรูปประกันสังคม ควรเป็นฉันทามติของรัฐบาลใหม่ที่จะมาหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ดังนั้น ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่าคณะทำงานชุดนี้ไม่ได้เกิดรูปธรรมอันใด การที่รัฐมนตรีมาเป็นที่ปรึกษาคณะชุดนี้ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ส่งสารที่เราคุยมาตลอดถึงรัฐมนตรีด้วย

เมื่อถามถึงกรณีบอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 13 ก.พ.นี้ หากรอให้มีการเลือกตั้งบอร์ดใหม่ หลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่เรียบร้อยแล้วมาปรับแก้ระเบียบการเลือกตั้งฉบับใหม่ จะทำให้เกิดช่องว่างในการบริหารงานประกันสังคมหรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การที่บอร์ดจะหมดวาระในวันที่ 13 ก.พ.นี้ โดยมารยาทและแนวปฏิบัติแล้วหลังวันที่ 13 ก.พ. คณะกรรมการเองก็จะต้องลดบทบาทในการพิจารณาอนุมัติสิ่งสำคัญๆ ที่จะไปผูกพันในบอร์ดชุดหน้า ถือเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านโดยปริยายอยู่แล้ว ซึ่งตนคิดว่ายังมีส่วนที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เราจะได้บอร์ดชุดใหม่ และรัฐบาลชุดใหม่ ในเวลาที่คาบเกี่ยวกัน

เมื่อถามถึง ข้อที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และสังคมยังกังวลกันอยู่เกี่ยวกับเรื่องของการให้ผู้ประกันตนต่างด้าว มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดและเข้าไปนั่งเป็นบอร์ดได้ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีข้อเสนอนี้ในการเลือกตั้งปี 2566 เรื่อง การให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นบอร์ดได้ และในการเลือกตั้งปี 2569 ก็ไม่มีตัวนี้อยู่ในนโยบาย และที่สำคัญคือตามกฎหมายปัจจุบันไม่สามารถทำได้ กฤษฎีกาตอบชัดเจนอยู่แล้วต่อให้มีฝั่งใดอยากทำก็ไม่สามารถทำได้ ภายใต้กรอบกฎหมายเพราะตำแหน่งที่รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งไม่สามารถให้เป็นคนต่างชาติได้ ต้องเป็นสัญชาติไทยเท่านั้น

“กฤษฎีกาตอบแล้วเช่นเดียวกันว่าสิทธิในการเลือกตั้ง ในช่วงเวลานี้ตามกฎหมาย นี้ยังจำเพาะเป็นคนไทยผู้ประกันตนไทยเท่านั้น” นายษัษฐรัมย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในอนาคต ยังสามารถแก้กฎหมายหรือระเบียบใดๆ เพื่อให้สิทธิผู้ประกันตนต่างด้าวในเรื่อง การเลือกตั้งบอร์ดหรือเข้าไปมีสัดส่วนในบอร์ดใช่หรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การแก้กฎหมายไม่ได้เป็นอำนาจของคณะกรรมการประกันสังคม แต่เป็นเรื่องของ สส. ของผู้แทนราษฎรในการแก้ไขพระราชบัญญัติ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่าแปลว่าในอนาคตยังมีสิทธิที่จะแก้ไขตรงส่วนนี้ได้ใช่หรือไม่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า อนาคตเรื่องของการแก้กฎหมาย ตนไม่สามารถบอกได้ เพราะตนไม่ได้เป็น สส. และพรรคการเมืองในสภา ก็ไม่มีพรรคการเมืองใดที่พูดเรื่องนี้ ดังนั้นวันนี้เป็นสิ่งที่ผมสามารถพูดได้ว่าการเลือกตั้งสมัยนี้ฉันทามติเรื่องใหญ่การปฏิรูปประกันสังคมไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในสมการ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ภาพหนึ่งที่แยกกันไม่ออก คือทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีความเชื่อมโยงกับพรรคประชาชน ซึ่งเคยมีการพูดเรื่องการให้สิทธิผู้ประกันตนต่างด้าว จึงทำให้มีข้อกังวลตรงนี้อยู่ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่มีจุดยืนทางการเมือง เป็นคนเลือกข้างทางการเมืองและมีอุดมคติทางการเมือง ตนไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาเรื่องการใช้อำนาจนอกระบบ มีการตั้งคำถามต่อระบบทุนนิยมที่เอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน นี่คือจุดยืนของทีมประกันสังคมก้าวหน้า เราเปิดกว้างทุกพรรคการเมืองที่มีจุดยืนลักษณะแบบนี้ ที่ต้องการตรวจสอบการทุจริตตรวจสอบการโปร่งใส พรรคการเมืองที่สนใจก็มาเข้าร่วมกับเราได้ ในสมัยของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรมว.แรงงาน หรือสมัยนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจจากพรรคเพื่อไทย เป็นรมว.แรงงาน ก็สื่อสารตลอดว่าหากสิ่งใดที่ผลักดันแล้วเกิดประโยชน์ต่อแรงงาน ท่านสามารถเอาไปเป็นผลงานได้ ไม่ต้องมีใบอนุญาตว่าใครจะต้องมาปฏิรูปประกันสังคมหรือมาเสนอประเด็นการปฏิรูป สมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้าทำงานกับหลากหลายกลุ่มการเมือง แต่แน่นอนเราต้องให้เครดิตว่าอาจจะมี สส.จากพรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรคการเมือง เราก็ต้องให้เครดิตเขาในฐานะคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร

เมื่อถามถึงกรณีสังคมมีการตั้งคำถามว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าอยู่ในบอร์ดประกันสังคมมา 2 ปี เหตุใดจึงเพิ่งมาตีฟูในประเด็นดราม่าต่างๆ ในช่วงนี้ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า หัดย้อนดูเพจ Facebook ของประกันสังคมก้าวหน้า เรามีการโพสต์และพูดทุกอย่างตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ทั้งเรื่องการทำปฏิทิน การจัดทำเสื้อ ทำหมวก ระบบไอที ปัญหาการพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่ล่าช้า เป็นต้น เราพยายามสื่อสารผ่านทุกช่องทางที่เรามี แต่แน่นอนว่าพอมีกระแสเรื่องการเลือกตั้งก็เป็นการจุดประเด็นความสนใจของผู้คน ซึ่งก็ต้องนับว่าเป็นเรื่องดีถ้าพรรคการเมืองใดจะใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นการหาเสียง ตนก็คิดว่าเป็นผลดีต่อผู้ประกันตน เพราะการหาเสียงการเลือกตั้งเป็นบทบาทสำคัญที่ทำให้คนในสังคมเกิดการตั้งคำถามเป็นฉันทามติ แต่ถ้าถามกลับไปว่าพวกเราทำมามากแค่ไหน ไปดูตามเพจได้เลย ตั้งแต่ที่มีคนดูเพียงไม่กี่ร้อย ข้อมูลที่เปิดเผยมีทั้งติดกระแสบ้างไม่ติดกระแสบ้าง ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติแต่ยืนยันว่าเราไม่ได้เพิ่งมาทำตอนนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามเรื่องประกันสังคมไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถขายได้ตลอดเวลา มันจึงถูกนำเสนออย่างจำกัดตามช่วงเวลาต่างๆ เมื่อช่วงนี้มีแสงส่องมา คิดว่าคนที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้ประกันตน

สำหรับเรื่องการไลฟ์ การประชุมของประกันสังคม ตนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่สามารถทำให้คนแสดงความคิดเห็นมีความรับผิดชอบ มีการไตร่ตรอง ไม่สามารถพูดข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ ดังนั้นการถ่ายทอดสดการประชุมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องใหญ่เพราะถ้าไปดูการประชุมบอร์ดหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เราสามารถเข้าลิงก์ซูม และสามารถประชุมไปพร้อมกับบอร์ด 30 บาทได้เลย แต่ประกันสังคมที่เราเห็นคือทุกอย่างถูกปิด แล้วที่ประชุมกันวันนี้คือคณะทำงานเพื่อการปฏิรูปประกันสังคม ไม่มีอะไรที่เป็นความลับ เป็นแค่การถามความคิดเห็นเอารายงานต่างๆ มาเผยแพร่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่สามารถเปิดเผยได้.