นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 4/2569 ว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึง การให้ความสำคัญในแนวทางการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการสวนยางพารา โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งควรพัฒนาให้เป็นองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ (Know-how) ที่เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตยางพารา ควบคู่กับการนำหลักวิชาการเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานให้มีความชัดเจนและเกิดผลในระดับพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ยังประสบปัญหาด้านรายได้และความเป็นอยู่ให้สามารถพัฒนาอาชีพ และสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น พร้อมเสนอแนวทางให้ กยท. สนับสนุนการปลูกทุเรียนเป็นพืชร่วมกับยางพารา
ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จำนวน 4 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการศึกษาและติดตามด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ การตลาด การนำเข้า และส่งออกสินค้าเกษตร, คณะอนุกรรมการศึกษาด้านเทคนิค ต้นทุนความเป็นไปได้ในการผลิตพืช ประมง ปศุสัตว์ และโครงสร้างพื้นฐาน, คณะอนุกรรมการติดตามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และข้อร้องเรียนปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร และคณะอนุกรรมการรวบรวม ศึกษา และติดตามการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การขับเคลื่อนงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีข้อมูล ข้อเสนอแนะ และมุมมองเชิงวิชาการ ตลอดจนมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดแนวทาง ขับเคลื่อน ติดตาม และบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือและรับทราบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพืชและสินค้าเกษตรอื่นๆ ได้แก่การรับรองสายพันธุ์ชนิดและประวัติปศุสัตว์เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ให้มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย, การแก้ไขปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำจากการนำเข้าผิดกฎหมาย, การมีผู้เชี่ยวชาญผสมเทียมและการอบรมอาสาปศุสัตว์ เป็นต้น ตลอดจนประเด็นไม้ผลที่มีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศ และ โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะ (AI Smart Farm Ecosystem)
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ได้นำเสนอบทบาท ภารกิจ และโครงการสำคัญเร่งด่วนของ กยท. ภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คือ โครงการสวนยางล้านไร่ เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งตั้งเป้าปลูกยางปีละ 200,000 ไร่ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมในสวนยาง โดยเฉพาะแนวทางการปลูกยางใหม่ที่สนับสนุนให้ปลูกพืชมูลค่าสูงแซมในสวนยาง เช่น กาแฟ และโกโก้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันยังรายงานผลการดำเนินงานสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาภาคการเกษตรให้ที่ประชุมรับทราบ โดยที่ผ่านมา กยท. ได้รับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ สำหรับใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร และรับซื้อน้ำนมดิบที่ล้นตลาดเพื่อนำมาผลิตเป็นอะมิโนน้ำนมดิบ ตลอดจนการดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่สวนยางพารา ภายใต้มาตรฐาน T-VER ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างแหล่งรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง และสนับสนุนการพัฒนาสวนยางพาราให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม



