สำนักข่าวในจีนรายงานกรณีสุดป่วนของเกษตรกรรายหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่ใช้โดรนขนส่งหมูเพื่อไปโรงเชือด แต่ลงเอยด้วยสภาพที่มีหมูทั้งตัวค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ และทำให้หมู่บ้านของเขาไม่มีไฟฟ้าใช้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง
เกษตรกรที่ไม่เปิดเผยตัวตนรายนี้ใช้โดรนขนย้ายหมูจากพื้นที่เลี้ยงภูเขาของเขาไปยังโรงเชือดในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากที่ตั้งของฟาร์มที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอทงเจียง มณฑลเสฉวน ทำให้ไม่สะดวกที่จะขนส่งหมูโดยใช้ยานพาหนะ
เหตุโกลาหลนี้เกิดขึ้นขณะที่กำลังขนส่งหมูตัวแรก เชือกที่ผูกหมูกับโดรนเข้าไปพันกับสายไฟฟ้าแรงสูงระหว่างทาง ทำให้หมูติดค้างอยู่กลางอากาศ เท่านั้นยังไม่พอ การกระทำของเขาทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมง ขณะที่เกษตรกรรายนี้โทษว่า เป็นเพราะตอนที่ขนย้ายหมูนั้น ฟ้ายังมืดอยู่และทัศนวิสัยแย่มาก การขนส่งจึงเกิดความผิดพลาด

พนักงานหญิงจากหน่วยงานจ่ายไฟในพื้นที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า ทางการต้องส่งคนงาน 12 คนไปซ่อมแซมสายไฟ ค่าซ่อมแซมอยู่ที่ประมาณ 10,000 หยวน (ประมาณ 45,600 บาท) ส่วนไฟฟ้าให้หมู่บ้านนั้น กลับมาใช้งานได้ตามปกติเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน
ผลจากการสอบสวนเบื้องต้นของตำรวจพบว่า เกษตรกรรายนี้ต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายการใช้โดรนในเขตห้ามบิน นอกจากนี้อุปกรณ์ดังกล่าวยังบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนดอีกด้วย
“เรากำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐาน หากยืนยันได้ว่าเขาละเมิดกฎหมายจริง เขาจะถูกลงโทษทางปกครองและต้องชดเชยค่าเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว
รายงานข่าวที่กำลังเป็นกระแสนี้นำความขบขันมาสู่โซเชียลมีเดียในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก ชาวเน็ตรายหนึ่วแสดงความเห็นล้อเลียนว่า “ตอนที่พวกเขาเอาหมูลงมา มันพร้อมกินเลยไหม เพราะมันน่าจะสุกจากการโดนไฟช็อตแล้วมั้ย?”
ชาวเน็ตอีกรายกล่าวว่า “หมูตัวนี้ดังเป็นพลุแตกก่อนตายเลยนะ นี่แหละนิยามของคำว่า ‘หมูบิน ได้’ จริงๆ”
ปัจจุบัน มีการใช้โดรนเพื่อการเกษตรอย่างแพร่หลายในพื้นที่ชนบทของจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นภูเขา ขณะเดียวกันก็มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับโดรนซึ่งมักจะกลายเป็นพาดหัวข่าวอยู่บ่อยครั้ง
ในปี 2567 แค่ในมณฑลเสฉวนเพียงแห่งเดียวก็มีการบันทึกคดีการใช้งานโดรนผิดกฎหมายมากกว่า 40 คดี โดยมีผลกระทบตั้งแต่ทำให้คนได้รับบาดเจ็บไปจนถึงทรัพย์สินหรือสายไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, 163.com



