เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่สนามเทพหัสดิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน

นายสุริยะ กล่าวปราศรัยว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องผู้สมัคร สส.เขต และผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ทั้ง 500 คน มาพูดกับพี่น้องประชาชนตรงนี้ ซึ่งตนพูดไม่บ่อย นานๆพูดที แต่รอบนี้ขอพูดจากใจ อย่างแรก ขอบคุณพี่น้องประชาชนจากใจจริง ขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณที่ยังรักพรรคเพื่อไทย ขอบคุณที่พี่น้องยังเอาความหวังในชีวิต มาฝากไว้กับพวกเรา โดยการเมืองที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเจอความเหนื่อย เจอความผิดหวัง เจอคำถาม เจอความไม่แน่ใจ แต่การที่วันนี้ ทุกคนยังอยู่ตรงนี้ ยังพร้อมจะเชื่อ ยังพร้อมจะเดินทางไปกับพวกเรา

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับพวกตนในฐานะนักการเมือง มันคือ เกียรติสูงสุด อยากให้พี่น้องจำคำนี้ไว้ ทุกความรัก ทุกความหวัง ทุกนโยบายที่เราประกาศไว้ เราจะทำเต็มที่ ทำให้ได้ และมั่นใจว่า เราจะมาที่ 1 ซึ่งหลายโพลที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บอกว่า เรามาที่ 3 แต่ก็แปลก คนที่ได้โพลที่ 1 กับที่ 2 รวมทั้งกองเชียร์ ดูเขาจะอยู่กันไม่ค่อยสุข เพราะพยายามจะบอกว่า มีแค่ 2 พรรค แต่ด่าเราไม่หยุดเช้าเย็น มันแปลว่าอะไร แปลว่าจริง ๆ แล้วเขากลัวเรา กลัวว่าเราจะมาที่ 1 ซึ่งตนยังเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ถ้าอยากได้นโยบายเพื่อไทย ต้องให้เพื่อไทยทำเท่านั้น เพราะไม่มีให้พรรคอื่นมาทำนโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ยินหลายคนพูดเหมือนกันว่า นโยบายเพื่อไทยรอบนี้ ดีที่สุด ดีกว่าทุกพรรค แต่มีคนลังเล แล้วพูดต่อว่า กลัวว่า เพื่อไทยจะทำไม่ได้ ตนขอพูดตรง ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจเลยว่า กลัวเพื่อไทยทำไม่ได้ แต่ถ้าให้คนที่ไม่เคยทำ ทำไม่เป็น หรือ คนไม่เคยคิดจะทำสิ่งใหม่มาทำแทน มันยิ่งน่ากลัวกว่า เพราะถ้าไม่ใช่เพื่อไทย แล้วพี่น้องคิดว่าใครจะทำได้ เพราะนโยบายมันคิดยาก ลอกง่าย แต่ทำยาก แต่ทำนโยบายที่ทำจริง ต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน มีทีมที่เคยทำงานจริง, มีประสบการณ์ เข้าใจทั้งระบบราชการ กฎหมาย งบประมาณ กลไกสภา มีความละเอียด ไม่ใช่เขียนเอาหล่อ เอาเท่ เอาไว้พูดบนเวทีอย่างเดียว และบางพรรคก็เอานโยบายคล้ายๆ กันมาปรับชื่อ ปรับคำ บางพรรคก็มีนโยบายสั้นมาก มีแค่อยู่แค่บนป้าย บางพรรคก็หยิบสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยวางรากฐานไว้แล้ว มาพูดเหมือนเป็นของตัวเอง แต่เรื่องนี้ตนไม่ได้โกรธ กลับดีใจด้วยซ้ำ แปลว่า นโยบายเพื่อไทยมันมาถูกทาง จนคนต้องตาม มาเป็นแถว เพราะนโยบายที่ดีที่สุด ต้องมีคนที่ทำได้จริง อยู่หลังนโยบายนั้น ซึ่งหากถามว่า พรรคเพื่อไทยทำได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่มีประสบการณ์ ที่เคยเป็นทั้ง รัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสม ฝ่ายค้าน ทำให้เราเห็นทุกมุม เรารู้ทุกจังหวะ เราเคยเจออุปสรรค เราเคยเจอโจทย์ยาก เราเคยโดนข้อจำกัดจริงๆ เพราะฉะนั้น รอบนี้เราถึงออกแบบนโยบายแบบละเอียด ไม่ใช่แค่ประกาศแล้วจบ แต่คิดขั้นตอน คิดกลไก คิดการทำงานกับระบบจริง 

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า บางอย่างอาจทำไม่ครบทุกเรื่องทันใน 4 ปี เพราะมันมีข้อจำกัด มีขั้นตอน มีระบบที่ต้องแก้ แต่พี่น้องถ้าอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็ม ทำได้ครบ ต้องเลือกเพื่อไทยให้ได้ 200 เสียง เพราะนโยบายเพื่อไทย ต้องให้เพื่อไทยทำ ตลอด 25 ปีบนเส้นทางการเมืองของตนวันนี้ ขอนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีเป็นนายกฯ ได้หรือไม่

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า วันนี้โลกมันเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน การแข่งขันเปลี่ยน โจทย์ใหม่ไม่ใช่แค่ทำให้พออยู่ได้ ซึ่งเราจะพาให้ประเทศไทยไปไกลกว่าเดิม แล้วจะพาประเทศไปไกลด้วยความรู้ ด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะวิทยาศาสตร์สอนเรา 3 อย่างที่ประเทศต้องการมากที่สุด มันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น คิดบนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่สาเหตุ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุวัดผลได้ ปรับปรุงได้ ทำให้ดีขึ้นได้จริง

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ทำไมเราต้องการนายกฯ ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะยุคนี้เป็นยุคทุกประเทศแข่งขันด้วยเทคโนโลยี ไม่มีผู้นำคนไหนเหมาะไปกว่ากับอาจารย์เชนอีกแล้ว ซึ่งเป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ มองปัญหาเป็นภาพจริง ไม่ใช่ภาพฝัน จริงใจ และที่สำคัญกล้าตัดสินใจบนเหตุผล เข้าใจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และรู้ระบบราชการ รู้ว่าถ้าจะทำให้เกิด ต้องขับเคลื่อนผ่านกลไกไหน ต้องปลดล็อกตรงไหน ต้องประสานอะไร ต้องทำให้ งานเดินยังไง เพราะประเทศไม่ได้ต้องการแค่คนพูดเก่ง แต่ประเทศต้องการคนทำเป็น ต้องการผู้นำที่จัดระบบได้ ทำงานเป็นทีมได้ทำให้ความหวังของประชาชนกลายเป็นผลลัพธ์จริงได้

นายสุริยะ กล่าวว่า สุดท้ายนี้ ถ้ารักนโยบายเพื่อไทย เลือกเพื่อไทย ถ้าอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็ม ทำได้จริง เลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 เสียง และถ้าอยากเห็นประเทศไทยยืนบนความรู้ เท่าทันโลก และก้าวนำอนาคต ต้องเลือกอาจารย์เชนเป็นนายกฯ  เลือกพรรคเพื่อไทยให้เป็นอันดับ 1