จากนั้นเวลา 19.40 น.วันที่ 6 ก.พ. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีนกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยว ว่า  สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ทดลองงานมา 4 เดือน ขอทำงานจริงอีก 4 ปี ก่อนจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน วันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาตรงนี้เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนไปมากๆ คือวิธีคิดและวิธีการทำงานของพวกเรา จากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเราเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ไม่เถียง  พวกเขาพูดไม่ผิด แต่พวกเขาคิดผิด พวกเขาคิดเพียงว่าพรรคบ้านใหญ่ก็มาช่วยคน มาดูแลคนในพื้นที่แล้วจบกัน คิดในเชิงโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยคิดให้กับประเทศไทยมันแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก 50 ชั้นความจริงบางอย่างคือเราดูแลพี่น้องในพื้นที่ประจำ ไม่ขาดตกบกพร่อง สส.ของเราไม่มีวันเป็นเจ้าคนนายคน สส.ของเรา ผู้สมัครทุกคนยังต้องมีหน้าที่ไปเอาใจใส่กับชาวบ้านในทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวันของพวกเขา เราอยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลาและมีความภาคภูมิใจว่าที่ได้ขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ 

นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์และตนเชื่อว่านโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาเพียง เพื่อแลกกับประโยชน์และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น  สุดท้ายคนที่จะต้องจ่ายคนที่จะต้องถูกเช็คบิลคือประชาชนคนไทยที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกับเขาด้วย หากทุกพรรคยังคงนำเสนอนโยบายที่เน้นรายจ่ายแบบประชานิยมมากกว่าการสร้างรายได้ มากกว่าการหาโอกาสใหม่ๆให้ประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน ประเทศไทยก็ประสบปัญหาด้านการเงินการคลังมากขึ้น จนเราไปต่อไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยจึงเน้นการนำเสนอนโยบายสร้างโอกาสให้ประชาชน มีรายได้มากขึ้น มีความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎีหาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาแจกให้คน

“ประเทศไทยของเราประเทศนี้ไม่ใช่ที่ฝึกงาน ไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศและอนาคตของพวกเราไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม วันนี้เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยเราพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้พี่น้องพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่บุคลากรใหม่ คนใหม่ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย ทั้งเป็นภาพที่มาจากภาคนักวิชาการและภาคนักการเมืองเข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ทำให้วิธีคิดและวิธีการทำงานของคนในพรรคภูมิใจไทยได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก เรามีพลังมากขึ้นเราคิดกว้างขึ้น และเราคิดใหญ่ขึ้น วันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลก และไม่เสี่ยงกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเหมือนเดิม และจะไม่เสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ด้อยประสบการณ์ จะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอรัปชันและจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย“นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ชาวไทยที่เคารพทั้งหลายเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง และไม่ใช่ทุกคนที่จะบริหารได้ นโยบายพรรคไหนก็เขียนได้ แต่มีกี่คนที่ทำได้ แต่พรรคภูมิใจไทยได้พิสูจน์เห็นว่าเราพูดแล้วทำ เราได้ทำและเราทำได้ หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้  รัฐบาลที่ทำเรื่องนี้ได้ ก็เป็นรัฐบาลที่มีมือในสภาเพียงพอ เป็นคนบริหารที่ประสานได้ 10 ทิศ มีมิตรมาก ไม่มีศัตรู และสร้างความน่าเชื่อถือสามารถบริหารข้าราชการทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำได้อย่างราบรื่นและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนานาอารยะประเทศทั่วโลกได้ คุณสมบัตินี้ขอประกาศตรงนี้ให้ทุกท่านได้รับทราบว่าพรรคภูมิใจไทยของท่านมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน และวันนี้คนไทยจะทะเลาะกันเองไม่ได้แล้วประเทศไทยแบกความเสี่ยงอะไรไม่ได้อีกแล้ว หากพี่น้องเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานที่เป็นเอกภาพของทุกฝ่ายและตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่ได้เลือกตั้งต้องยืนยันว่าการเลือกตั้งมะรืนนี้มีแน่นอน รัฐบาลไม่ได้ยืนอยู่บนความประมาท เราได้จัดเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่นชัยชนะความภาคภูมิใจหลังการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความใสสะอาด ขอให้ไว้วางใจนายอนุทินให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาพื้นแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีประเทศใดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัว หรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ถ้าอยากได้สิ่งแรกให้เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37

“ไหนจะจบแล้วจะเอาข่าวดีบอกท่านว่าขอประกาศตรงนี้เลย ถ้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกฯและรมว.คลัง กระทรวงนี้ตนจะจองแล้วใครเข้ามาไม่ได้ เชื่อมั่นว่าถ้าอนุทินได้เป็นนายกฯมาทั้ง 4 คนและมาแล้วรัฐบาลของตนจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50 -50 ไม่มีคนละครึ่ง สำหรับคนไทยไม่ใช่กัมพูชาแบ่งกัน 50-50 ยืนยันได้เลยพูดได้เลยประเทศไทยประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบเสียดินแดนภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยวันที่ 8 ก.พ. ผมสัญญาและสัญญาของผมเชื่อถือได้ ผมสัญญาจะทำให้ท่านภูมิใจกับความเป็นคนไทยของท่านการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าของพวกเราทุกคน พรรคภูมิใจไทยจะมุ่งมั่นสร้างประโยชน์และนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน“นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันที่ 8 ก.พ.เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 และเลือกสส.ของพรรคภูมิใจไทยในเขตนั้นๆ เลือกให้มากพอที่ได้จะนำพาประเทศไทย ออกจากความไร้ เสถียรภาพทางการเมือง ออกจากความขัดแย้ง ออกจากภัยทางเศรษฐกิจ ออกจากภัยความมั่นคงที่รุมเร้าประเทศมานานแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยไม่เสียเวลาไม่เสียโอกาสแม้แต่นาทีเดียว พรรคภูมิใจไทยเป็นมืออาชีพที่มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านการเมือง และการบริหารราชการเข้าไปทำงานให้ท่านเลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้ได้ผู้รับใช้ภักดีกับประชาชน.