แห่งแรกไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ   เขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำตกเอราวัณ สายน้ำจากลำห้วยแม่ขมิ้นที่มีต้นน้ำเกิดจากเทือกเขากะลาที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร ไหลเรื่อยลงมาตามชั้นของหินปูนที่ลดหลั่นไล่ระดับเหมือนขั้นบันได จำนวน 7 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อเรียกต่างกัน โดยมีชั้นที่ 4 ชื่อว่า ฉัตรแก้ว เป็นชั้นที่สวยที่สุด สายน้ำที่ไหลมาตามชั้นหินที่เรียงตัวเป็นชั้น ๆ แผ่กว้างเป็นม่านน้ำตกที่สูงกว่า 10 เมตร ส่วนชั้นที่ 7 ชื่อว่า ร่มเกล้า มีสายน้ำไหลผ่านผืนป่าลงมาที่หน้าผาหินลดระดับค่อนข้างถี่กว่าน้ำตกชั้นล่าง ๆ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

จุดหมายต่อมาคือ ทุ่งนาสะปัน จ.น่าน อยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านสะปัน ชุมชนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีลำน้ำสองสายไหลผ่าน และมาบรรจบกันคือลำน้ำว้าและลำน้ำสะปัน บางครั้งจึงเรียกกันว่า สบปัน ซึ่งหมายถึงจุดที่สายน้ำมาบรรจบกัน และกลายมาเป็น สะปัน ที่ผู้คนคุ้นเคย หมู่บ้านสะปันจัดตั้งมาหลายร้อยปีแล้ว โดยการนำของเจ้าพ่อพญาติ๋น ภายในหมู่บ้านมีวัดสะปัน สร้างโดยเจ้าพ่อพญาติ๋น เป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปีที่ชาวบ้านให้ความเคารพและศรัทธา ในช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นฤดูทำนา จะมองเห็นนาข้าวเขียวขจี นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสะปัน แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของหมู่บ้าน น้ำตก 3 ชั้นมีน้ำไหลตลอดทั้งปี เพราะสภาพป่าไม้บริเวณน้ำตกอันอุดมสมบูรณ์

อีกจุดหมายในภาคเหนือคือ วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จ.ลำปาง เดิมมีชื่อว่า วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือ วัดพระบาทปู่ผาแดง รวมถึงอีกชื่อที่ชาวบ้านนิยมเรียกคือ “ดอยปู่ยักษ์ (ดอยพระบาทปู่ผาแดง)” ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท ภายในวัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ด้านล่าง เป็นที่พักของสงฆ์ มีศาลาสวดมนต์ อุโบสถ เจดีย์องค์ใหญ่ที่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปจำลอง มีพระประธาน 4 ทิศ ศาลาชมวิว และเรือนพักรับรอง เป็นต้น ส่วนด้านบน มีเจดีย์เล็ก ๆ สีขาว หลายองค์ตั้งเรียงรายอยู่บนยอดเขา จนเป็นที่มาของชื่อที่เรียกขานกันว่า เจดีย์ลอยฟ้า ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพของเมืองแจ้ห่มและบริเวณโดยรอบได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าจารึกไว้บนแผ่นหินขนาดใหญ่

ยังวนอยู่ที่ภาคเหนือกับภูลังกา จ.พะเยา จุดหมายปลายทางที่นักนิยมไพรปรารถนาจะขึ้นมาพิชิตยอดภูแห่งนี้สักครั้งในชีวิต ที่มีความสูง 1,700 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง เพราะความสมบูรณ์ของผืนป่าที่มีขนาดประมาณ 7,800 ไร่ ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณ ทั้งดอกไม้ป่า พันธุ์ไม้หายาก อย่างต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤๅษี รวมถึงสัตว์ป่าที่มีอยู่กว่า 100 ชนิด ราวเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมของทุกปี ดอกโคลงเคลงจะบานเต็มท้องทุ่ง

ชาวเขาเผ่าเย้าพากันเรียกยอดดอยสูงที่สุดบนภูนี้ว่า ฟินจาเบาะ อันหมายถึงเป็นที่สถิตของนางฟ้า เทวดา เล่าต่อกันมาว่า ทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะเกิดปรากฏการณ์แสงสีขาวเปล่งปลั่งเหนือยอดดอย ในช่วงเช้าเหล่านักเดินทางจะพร้อมใจกันตื่นมา     รอชมทะเลหมอกแห่งเดียวของ จ.พะเยา นอกเหนือไปจากการเดินป่าศึกษาระบบนิเวศดั้งเดิมของป่าดิบเขา การสำรวจต้นน้ำตามเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ชมลานหินล้านปี ย้อนอดีตไปกับตำนานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่เคยจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย

ลงมาที่ จ.เพชรบูรณ์ กับจุดหมายยอดฮิต วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว วัดชื่อดังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่สลับซับซ้อนของเขาค้อ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง เช้าวันที่อากาศเป็นใจจะได้เห็นทะเลหมอกลอยละล่องโอบล้อมรอบวัด ภายในวัดมีอุโบสถพระพุทธเจ้า 5 องค์ ที่มีองค์พระพุทธรูปสีขาวนั่งลดหลั่นซ้อนกันลงมา และเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต เจดีย์ที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องหลากหลายสี เครื่องประดับ สร้อย กำไล ถ้วยชามเครื่องเบญจรงค์ ว่ากันว่าชื่อ “ผาซ่อนแก้ว” มาจากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านทางแดงหลายคนเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้าและลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา เชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมาและถือว่าเป็นสถานที่มงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเรียกต่อ ๆ กันมา

ไปต่อที่ เกาะทะลุ จ.ระยอง แหลมหินที่มีช่องโพรงหินซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่องว่างตรงกลางน้ำทะเลสามารถทะลุผ่านได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ บนเกาะมีทางขึ้นไปจุดชมวิวฝั่งตะวันตก ที่ส่วนมากเป็นผาหิน ทางค่อนข้างแคบระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่เหนือช่องทะลุที่มองเห็นจากบนเรือ  ส่วนใต้น้ำจะเป็นจุดที่ดำน้ำ และหากเป็นช่วงน้ำขึ้นสูงก็สามารถใช้เรือแล่นผ่านช่องทะลุนี้ได้

เกาะทะลุ อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ห่างจากเกาะกุฎีไปทางทิศตะวันออก 6 กิโลเมตร และห่างจากเกาะเสม็ด 12 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ด้านทิศตะวันตกเป็นผาหินสูงชัน ทิศตะวันออกและทิศใต้มีหาดทรายขาวสะอาด น้ำใส ปะการังอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก ด้านทิศตะวันออกจึงเป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือ สัตว์น้ำที่สามารถพบเห็นได้ ได้แก่ ปลาตะกรับ หอยเม่น ปะการังสมอง หอยมือเสือ ปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเล เป็นต้น ส่วนด้านหน้าเกาะคลื่นลมสงบ

ลงใต้ไปที่ จ.พังงา เสม็ดนางชี เป็นจุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขาสูง 800 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในอ่าวพังงาได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา ภาพน้ำทะเลสงบนิ่งสีเขียวมรกตที่เรียงรายด้วยป่าภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ รอบ ๆ มีแนวป่าโกงกางสีเขียวสด ในยามพระอาทิตย์ทอแสงสีทองด้านหลังแนวเขา พร้อมชีวิตเล็ก ๆ ที่เริ่มเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้านชาวประมง สะกดสายตาผู้พบเห็น ขณะที่ยามค่ำคืนท้องฟ้าเหนืออ่าวพังงาจะเต็มไปด้วยหมู่ดาว บางคนจึงเลือกที่จะมากางเต็นท์หรือหาบ้านพัก เพื่อชมความงดงามของหมู่ดาวและทางช้างเผือก

เสม็ดนางชีตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต พื้นที่บริเวณจุดชมวิวเสม็ดนางชีมีเอกชนที่เข้ามาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี พ.ศ. 2559 พร้อมเปิดที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมได้ 2 จุด คือ จุดที่ 1 ระยะทางเดินเท้า 300 เมตร อยู่ในพื้นที่ของเสม็ดนางชี บูทีค เปิดบริการที่พัก จุดกางเต็นท์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทิวทัศน์บริเวณร้านเบย์วิว คาเฟ่ มีบริการที่จอดรถ และบริการรถรับ-ส่ง ค่าบริการคนละ 60 บาท จุดที่ 2 ระยะทางเดินเท้าจากจุดที่ 1 สูงขึ้นอีก 500 เมตร อยู่ในพื้นที่ของเสม็ดนางชี รีสอร์ท เปิดบริการที่พักทั้งแบบเต็นท์ และบ้านพักเป็นหลัง มีบริการที่จอดรถ และบริการรถรับ-ส่ง ค่าบริการคนละ 90 บาท เนื่องจากเส้นทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน นักท่องเที่ยวต้องจอดรถยนต์ไว้ที่ลานจอดรถ และใช้บริการรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่จัดเตรียมไว้นำขึ้นไปยังจุดชมวิว หากเดินขึ้นไปเองคิดค่าบำรุงพื้นที่คนละ 30 บาท

เก็บลิสต์แล้ววางแผนออกเดินทางตามรอย “ลิซ่า” ให้ทั่วทุกจุดหมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ TAT Call Center : 1672 หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้ง IG / TikTok / Line / X : @1672travelbuddy รวมถึงเว็บไซต์ www.tourismthailand.org  หรือ www.1672travelbuddy.com

เส้นทางเช็กอินตาม “ลิซ่า”

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3199 ตรงไปประมาณ 46 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย กจ.6043 ตรงไปประมาณ 41 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่อุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ และน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.30-17.00 น. อุทยานฯ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการ

วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จากตัวเมืองลำปาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 ไปอำเภอแจ้ห่ม จากตัวเมืองแจ้ห่ม ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกด้านซ้ายมือ ให้สังเกตซุ้มประตูเข้าหมู่บ้านเหล่ายาว ต่อจากนั้นเลี้ยวเข้าไปประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอทางไปวัดพระพุทธบาทสุทธาวาสอยู่บริเวณแยกซ้ายมือ การเดินทางขึ้นไปนมัสการเจดีย์ด้านบนจะต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อของชาวบ้านเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างลาดชัน ค่าบริการคนละ 90 บาท รถออกทุก 15 นาที จากนั้นจะต้องเดินเท้าต่อไปตามบันไดประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ทุ่งนาสะปัน จากตัว อ.เมืองน่าน ผ่าน อ.ท่าวังผา เข้าสู่ อ.ปัว ใช้เส้นทางหมายเลข 1256 ผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระหว่างทางมีจุดชมวิว 1715 ซึ่งเป็นเส้นทางที่วิวสวยที่สุด แต่ทางค่อนข้างชันและแคบในบางช่วง

ภูลังกา จาก จ.พะเยา ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 ผ่านอำเภอดอกคำใต้ และอำเภอจุน จนถึงอำเภอเชียงคำ จากนั้นเปลี่ยนใช้ทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะทางจากจังหวัดพะเยาถึงวนอุทยานภูลังกา 120 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขับได้ถึงสถานที่กางเต็นท์  และอีก 4 กิโลเมตร ที่ถึงยอดภูลังกาควรใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ จาก จ.เชียงราย เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1020 ผ่านอำเภอเทิง ถึงอำเภอเชียงคำ แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปอำเภอปงตามทางหลวงหมายเลข 1148 รวมระยะทาง 140 กิโลเมตร

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรี และใช้เส้นทางหมายเลข 21 ผ่านตัวเมืองจ.เพชรบูรณ์ ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 260 ให้สังเกตอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 หล่มสัก พิษณุโลก ขับต่อไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 103 กลับรถ และจะเห็นป้ายพุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว อยู่ปากซอยทางเข้าหมู่บ้านทางแดง เลี้ยวซ้ายเข้าไปตรงตลอดจนเห็นสะพานทางเข้าวัด

เกาะทะลุ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์ เวย์) หรือทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) มุ่งหน้าสู่ อ.แกลง จ.ระยอง แล้วไปลงเรือที่ท่าเรืออ่าวมะขามป้อมหรือท่าเรือบ้านเพ ใช้เวลาเดินทางเรือประมาณ 30-45 นาที

เสม็ดนางชี ใช้เส้นทางจังหวัดภูเก็ต-สะพานสารสิน-พังงา ระยะทาง 60 กิโลเมตร หรือเส้นทางพังงา-โคกกลอย จากนั้นให้เลี้ยวเข้าตรงซอยบ้านท่าอยู่-คลองเคียน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะพบป้าย “จุดชมวิวเสม็ดนางชี” อยู่ทางด้านขวามือ