เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วน 5 ญัตติ ของส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาชาติ พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้สภาฯตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าสลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.และให้ตรวจสอบโครงการจะนะ เมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ทั้งนี้มีข้อเสนอให้รื้อกระบวนการจัดสร้างนิคมฯ จะนะใหม่ เพื่อให้เกิดการรับฟังประชาชนอย่างรอบด้าน
บุกสลายม็อบ “จะนะรักษ์ถิ่น” จับ “แกนนำ-มวลชน” 35 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา
ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งของการอภิปรายเสนอญัตติ ผู้เสนอญัตติเห็นตรงกันว่าการใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าสลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อ 6 ธ.ค. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและไม่เคารพต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ เพราะพบการกระทำที่รุนแรง ใช้กำลังกับผู้ชุมนุม และพบการปิดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
ขณะที่การเดินหน้าโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นั้น พบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนที่เตรียมจัดเวทีพิจารณ์ในพื้นที่ช่วงปลายเดือนธ.ค. ถือเป็นความไม่ชอบมาพากลและเป็นการจัดเวทีที่เชื่อว่าไม่รอบด้าน มีการจัดตั้งประชาชนเข้าร่วมดังนั้นจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้ยุติ และทบทวน พร้อมกับศึกษาโครงการให้รอบด้านอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายครบถ้วนแล้ว นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้เสนอญัตติ กล่าวปิดท้ายว่าตนเห็นถึงความจำเป็นและความต้องการของส.ส.ต้องการตรวจสอบตำรวจ ผู้ใดสั่งการสลายการชุมนุมหากพบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายหรือการกระทำเกินกว่าเหตุ เกินความจำเป็นขอให้ลงโทษทางอาญาและดำเนินการลงโทษทางวินัย พร้อมกับทบทวนนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพราะพบพิรุธและข้อเท็จจริง หากรัฐบาลเห็นว่าจะนะเป็นคนไทยต้องพิจารณาตามข้อเสนอที่สภาฯ จะเสนอต่อไป
จากนั้นนายชวน กล่าวว่า ในการเสนอญัตติดังกล่าวไม่มีผู้ที่คัดค้าน ดังนั้นจะขอใช้ข้อบังคับเพื่อส่งญัตติดังกล่าวให้รัฐบาลรับไปพิจารณา จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 20.17 น.



