การก้าวเข้ามากุมบังเหียน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในบทบาทกุนซือขัดตาทัพรอบ 2 ของ ไมเคิล คาร์ริค มิเพียงแต่จะช่วยฉุด “ผีแดง” ขึ้นมาจากหลุมด้วยการคว้าชัย 4 นัดรวดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้จอมทัพเลือดฝอยทองอย่าง บรูโน แฟร์นันด์ส ได้โอกาสกลับมาจุติใหม่อีกครั้งด้วย

14 เดือนภายใต้การคุมทัพของ รูเบน อโมริม ซึ่งอุดมไปด้วยความทุกข์ทรมาน และพายุที่โหมกระหน่ำสำหรับแฟนบอลอสูรแดง แฟร์นันด์ส เองก็ต้องทนทุกข์ไม่แพ้กัน เมื่อโดนจับถอยลงไปยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งโปรดของตัวเอง

ภายใต้บทบาทหมายเลข 8 อโมริม ต้องการให้ แฟร์นันด์ส รับบทมิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกม ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงบอลจากแดนหลังสู่แดนหน้า คอยวางบอลยาว ๆ ในจังหวะสวนกลับ รวมทั้งยังต้องคอยช่วยเกมรับเป็นระยะ

แม้จะรู้ดีกว่า การจับ เฮียหนวด ลงไปยืนต่ำขนาดนั้น จะทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้อยประสิทธิภาพลง แต่ อโมริม ก็ยังทำเพียงเพื่อพิสูจน์ว่า ระบบการเล่น 3-4-2-1 ของตัวเองมันเวิร์ก

กลับกันในยุคของ คาร์ริค นอกจาก แฟร์นันด์ส จะได้กลับมาเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งเขาเล่นได้เป็นธรรมชาติที่สุดแล้ว พี่ไมค์ ยังให้อิสระกับ ดาวเตะวัย 31 ปี อย่างเต็มที่

คาร์ริค ไม่ได้มอบหมายงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้ แฟร์นันด์ส เป็นพิเศษ แต่กลับเปิดไฟเขียวให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกตารางนิ้วในสนามแล้วแต่เจ้าตัวจะเห็นสมควร โดยไม่ต้องมาพะวงกับเกมรับมากเกินไปเพราะมีทั้ง กาเซมิโร และ ค็อบบี เมนู คอยรับบทเด็กยกเปียโนให้อยู่แล้ว

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราได้เห็นการกลับมาแจ้งเกิดของ แฟร์นันด์ส ซึ่งมีหลักฐานเป็นตัวเลขที่ถูกบันทึกเอาไว้ตลอดทั้ง 4 เกมที่ กัปตันบรูโน ลงสนามภายใต้การคุมทัพของ คาร์ริค

ในเกมเปิดบ้านทุบ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0 แฟร์นันด์ส กลับมายิงประตูได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 นัด จากการแอบไปเล่นอยู่ทางฝั่งซ้ายก่อนจะพุ่งเข้าหาลูกเปิดของ ดีโอโก ดาโลต์ และดีดผ่านมือ กูเยลโม วิคาริโอ นายทวารสเปอร์ส เข้าไปอย่างสวยงาม

นอกจากนี้ แฟร์นันด์ส ยังทำไปถึง 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 5 เกมหลังสุด รวมทำไปแล้ว 12 แอสซิสต์ในศึกพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ และขยับเข้าใกล้สถิติสูงสุดที่ เธียร์รี อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ เคยทำเอาไว้ที่ 20 ครั้งในฤดูกาลเดียวเข้าไปทุกที

หากเจาะให้ลึกลงไปกว่านั้น ฤดูกาลนี้ แฟร์นันด์ส คือคนที่สร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้มากที่สุดในลีกตัวท็อปของเมืองผู้ดี โดยตัวเลขอยู่ที่ 74 ครั้ง มากกว่าอันดับ 2 อย่าง เดแคลน ไรซ์ ถึง 27 ครั้ง

ที่สำคัญ 23 จาก 74 ครั้งเกิดขึ้นหลังจากการโดนไล่ออกของ อโมริม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเข้ามาปลดเปลื้องพันธนาการของ คาร์ริค ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของ มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส มากแค่ไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ประตูของ แฟร์นันด์ส ในเกมถอนแค้น “ไก่เดือยทอง” ยังทำให้เขาทำสถิติมีส่วนร่วมกับการได้ประตูของ แมนฯ ยูไนเต็ด ครบ 200 ครั้งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยเป็นรองแค่ เวย์น รูนีย์ ทว่าเหนือกว่าตำนานอย่าง ไรอัน กิกก์ส, พอล สโคลส์, เดวิด เบ็คแฮม หรือ คริสเตียโน โรนัลโด ด้วยซ้ำ

หลังจบเกมดับ ทีมกุ๊กไก่ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แฟร์นันด์ส ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่า “อิสระ” ในการเล่น และการตัดสินใจที่ได้รับจาก คาร์ริค มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตัวเขา และเพื่อนร่วมทีมกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง

ขณะที่ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม และความสำคัญที่ตัวเขามีต่อทุกอณูของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เริ่มมีการถกเถียงกันในหมู่เกจิลูกหนังว่า ในพรีเมียร์ลีกยามนี้อาจจะไม่มีใครที่เก่งกาจไปกว่า บรูโน แฟร์นันด์ส อีกแล้ว…

ภาพ AFP, gettyimages