เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศลต.ตร. พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาหน่วยต่างๆ ร่วมประชุมติดตามผลการปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ และการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ
ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังทำให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาพรวมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนในเรื่องของการการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง อาทิ การซื้อเสียงขายเสียง

ล่าสุดพบมี 7 คดี, การทำลายบัตร, จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุรา เป็นต้น ซึ่งมีการแจ้งความในบางพื้นที่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัด และ กกต.กรุงเทพมหานคร ในทุกกรณี เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นธรรม และหลังจากนี้ขอให้เข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยสถานที่นับคะแนนจนเสร็จสิ้น และขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งแล้วเสร็จ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง อาทิ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมขอให้เข้มงวดการข่าวเพื่อป้องปรามเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการเลือกตั้งในทุกพื้นที่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ในวันนี้มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจและมีการรับแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษในหลายข้อหาเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลา อำเภอบันนังสตา ที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการควบคุมสถานการณ์การลงคะแนนเสียงเป็นไปด้วยดี อาจมีบางจุดที่การจราจรหนาแน่น เนื่องจากประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว แต่ยืนยันว่าภาพรวมทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย

“สำหรับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่พบมากที่สุดเป็นกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งหลายกรณีพบว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ไม่มีเจตนากระทำความผิด ทั้งจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง และบางกรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่ให้ความช่วยเหลือผู้มาใช้สิทธิ” ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ยังพบการกระทำความผิดในลักษณะการซื้อเสียง โดยขณะนี้มีรายงานทั้งหมด 7 เรื่อง อยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ภาค 5 ภาค 6 ภาค 7 แห่งละ 1 เรื่อง และตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 3 เรื่อง รวม 7 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด
ผบ.ตร. กล่าวว่า ภายหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นจะมีการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งไปเก็บรักษาในระดับจังหวัด โดยการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกว่าจะส่งมอบหีบบัตรให้กับ กกต.จังหวัดแล้วเสร็จ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ในส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 9 ประสานความร่วมมือกับฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านี้มีการวางแผนปฏิบัติการไว้แล้ว โดยให้เน้นการทำงานด้านการข่าว การจัดชุดปฏิบัติการร่วม และเตรียมแผนเผชิญเหตุในช่วงการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ยืนยันว่าทั้งตำรวจและทหารในพื้นที่มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่

“เชื่อว่าการก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าวเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการแสดงศักยภาพว่ายังสามารถก่อเหตุได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนขอส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ และได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เข้าเยี่ยมและดูแลอย่างใกล้ชิด” ผบ.ตร. กล่าว
สำหรับการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอนที่ กกต.กำหนด โดยตำรวจสามารถดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นและรายงานต่อ กกต.ภายใน 72 ชั่วโมง จากนั้นอาจมีการโอนคดีหรือทำงานร่วมกันจนกว่าจะแล้วเสร็จ และจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายเช่นกัน ที่ทุ่มเท เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ โดยหลังจากนี้เน้นย้ำเฝ้าระวังสถานการณ์หลังการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด หากมีสถานการณ์ เหตุการณ์ ข้อมูลสำคัญ ให้รายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเร็ว และสนับสนุนภารกิจตามที่ กกต.ร้องขอ จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจการจัดการเลือกตั้ง จากนั้นจะปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ในวันที่ 12 ก.พ.นี้



