ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี ยังไม่ยอมหลุดโค้งง่าย ๆ เมื่อบุกไปไล่แซงเชือด ลิเวอร์พูล ถึงรัง แอนฟิลด์ 2-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บี้ อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง เหลือ 6 คะแนน

เกมนี้ทั้ง 2 ทีมเปิดฉากแลกหมัดกันแบบไม่มีใครยอมใคร และเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการยิงฟีคิกสุดสวยของ โดมินิก โซโบซไล ในนาทีที่ 74 ทว่า แมนฯ ซิตี ไม่ยอมลงหลุมง่าย ๆ และตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้จากจังหวะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ โหม่งชงให้ แบร์นาร์โด ซิลวา กระทุ้งจ่อ ๆ เข้าไปตุงตาข่ายในนาทีที่ 84

เท่านั้นยังไม่พอในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 แมนฯ ซิตี มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ อลิสซง เบ็คเกอร์ ทำฟาวล์ มาเตอุส นูเนส และก็เป็น ฮาลันด์ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปส่งให้ “เรือใบสีฟ้า” พลิกกลับมาแซงนำ 2-1

ต่อมาในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+10 แมนฯ ซิตี พลาดโอกาสได้ประตูที่ 3 อย่างน่าเสียดาย เมื่อ รายาน แชร์กี ซัดบอลจากกลางสนามก่อนที่จะค่อย ๆ ไหลเข้าประตูไป แต่ถูกริบคืนหลังห้อง VAR แจ้งกับผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน ว่า ฮาลันด์ ไปทำฟาวล์ด้วยการดึง โซโบซไล ที่กำลังจะตามไปเคลียร์บอลออกจากเส้น ทว่าก็ทำให้ โซโบซไล โดนใบแดงจากการที่ไปดึง ฮาลันด์ ที่กำลังจะปรี่เข้าไปซ้ำลูกยิงของ แชร์กกี ก่อนหน้านั้นเช่นกัน

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีกจบเกม แมนฯ ซิตี บุกเชือด ลิเวอร์พูล แบบสุดดราม่า 2-11 มี 50 คะแนนจาก 25 นัดอยู่ที่ 2 ส่วน “หงส์แดง” มี 39 คะแนนรั้งอันดับ 6
ผลคู่อื่น ไบรท์ตัน แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-1.

ภาพ AFP



