เมื่อวันที่ 9 ก.พ. การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน(ปฐมนิเทศโครงการ) การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง(Missing Link) : กรณีการย้ายสถานีราชวิถี ซึ่งมีประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนล้วนไม่ขัดข้องกับการย้ายสถานี แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับมลภาวะในระหว่างการก่อสร้าง อาทิ ฝุ่น เสียง และระบบระบายน้ำ

นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. เปิดเผยว่า รฟท. ได้ปรับย้ายตำแหน่งสถานีราชวิถี จากที่ตั้งเดิมบริเวณด้านทิศเหนือของแยกอุภัยเจษฎุทิศ มายังตำแหน่งใหม่บริเวณด้านทิศใต้ของแยกอุภัยเจษฎุทิศ ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100-200 เมตร เปลี่ยนมาอยู่ฝั่งโรงพยาบาลรามาธิบดี และมีทางเดินลอยฟ้า(สกายวอล์ก) จากสถานีเชื่อมเข้าสู่อาคารของโรงพยาบาล พร้อมทั้งปรับชื่อสถานีจากเดิม สถานีราชวิถี เป็นสถานีรามาธิบดี จึงจำเป็นต้องจัดทำรายงานการขอเปลี่ยนแปลง EIA เพื่อเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) พิจารณาต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2569

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน รฟท. เตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษาโครงการฯ ตลอดเส้นทางด้วย เนื่องจากเป็นผลศึกษาที่ดำเนินการไว้นานแล้ว ต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะตัวเลขความคุ้มค่าโครงการฯ และปริมาณผู้โดยสาร จะศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.2569 จากนั้นในปี 2570 จะเสนอขออนุมัติโครงการฯ ตามขั้นตอน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา หากเห็นชอบจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคา เริ่มก่อสร้างในปี 2571 ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน เปิดให้บริการประมาณปี 2574-2575

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า โครงการ Missing Link ระยะทาง 25.9 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 44,573.85 ล้านบาท มีพื้นที่ที่มีโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด)เชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ช่วงยมราช-สามเสน ระยะทาง 3.5 กม. ซึ่ง รฟท. กำหนดไว้ในเงื่อนไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ว่า ผู้รับสัมปทาน (กลุ่มซีพี) ต้องเป็นผู้ก่อสร้างในส่วนที่เป็นโครงสร้างร่วมดังกล่าว รวมถึงสถานีรามาธิบดีด้วย ซึ่งทั้ง 2 โครงการต้องขุดเปิดหน้าดินพร้อมกัน โดยจะใช้ผนังร่วมกันกั้นระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งผู้รับสัมปทานต้องเป็นผู้ขุดเปิดหน้าดิน และทำผนังร่วมให้ ส่วนตัวสถานี รฟท. ก่อสร้างเอง โดยสถานีรามาธิบดี กว้าง 40 เมตร ยาว 250 เมตร เป็นโครงสร้างใต้ดิน มี 3 ชั้น ชั้นบนอยู่ระดับดิน ชั้นขายตั๋ว เปิดโล่ง ไม่ใช้ระบบปรับอากาศ มีหลังคาคลุมกันแดดกันฝน

ส่วนอีก 2 ชั้นอยู่ใต้ดิน เป็นชั้นชานชาลา ชั้นล่างสุดขุดลึกจากระดับดินประมาณ 18 เมตร ชั้นละ 2 ทางวิ่ง ด้านบนเป็นทางวิ่งของสีแดงสายเหนือ-ใต้ และชั้นล่างเป็นสายตะวันออก-ตะวันตก ส่วนด้านข้างเป็นพื้นที่ของรถไฟไฮสปีดมีทางวิ่ง 2 ทางวิ่ง เป็นอุโมงค์ทางวิ่งใต้ดิน ด้านบนเป็นถนน ทั้งนี้ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีแดง ออกแบบเป็นสถานีที่เป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยม เป็นอุโมงค์เปิด(Open Trench) ทางรถไฟอยู่ต่ำกว่าระดับดิน หรือวิ่งบนคลองแห้ง ไม่ปิดด้านบน มีความลึกของกำแพงใต้ดินประมาณ 24 เมตร ยกเว้นช่วงที่รองรับเสา และคานโครงสร้างสถานีจะลึกประมาณ 50 เมตร ทั้งนี้จะยังคงทางรถไฟเดิมไว้ 1 ทาง เพื่อใช้สำหรับขบวนพิเศษจากสถานีวังจิตรลดา

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า โครงสร้างร่วมของ Missing Link ต้องรอความชัดเจนเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน เช่นเดียวกับโครงสร้างร่วมของสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง โครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 โดยต้องเสนอให้ ครม. ชุดใหม่พิจารณา หากไม่เห็นชอบให้แก้ไขสัญญาฯ รฟท. ก็เตรียมแผนไว้ว่าจะต้องดำเนินการก่อสร้างเอง เบื้องต้นการประมูล Missing Link จะแบ่งเป็น 2 สัญญา ส่วนการบรรจุ Missing Link ในแผน M-MAP 2 หากชัดเจนเรื่องก่อสร้าง ก็จะเสนอให้กรมการขนส่งทางราง(ขร). บรรจุอยู่ในแผนต่อไป.



