บรรยากาศการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังประชาชนและภาคประชาสังคมในหลายพื้นที่ ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้ง ส่งผลให้แฮชแท็ก #นับใหม่ทั้งประเทศ พุ่งติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกระแสเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายเขตเลือกตั้ง
จุดเริ่มต้นของกระแสเกิดขึ้นที่เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดปทุมธานี ภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนและนักศึกษาเข้าไปสังเกตการณ์การนับคะแนน อีกทั้งมีการนำถุงดำและผ้ามาปิดคลุมกล้องวงจรปิดในพื้นที่ โดยให้เหตุผลว่ากล้องชำรุดและต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนน สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนที่มาเฝ้าติดตาม จนนำไปสู่การรวมตัวปิดล้อมหอประชุมนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสในการนับคะแนน
ขณะเดียวกัน จังหวัดพิจิตร เขตเลือกตั้งที่ 1 เกิดกรณีที่ถูกเรียกว่า “บัตรเขย่ง” เมื่อนายไกรรินทร์ ทั่งทอง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ออกมาร้องเรียนว่า ผลคะแนนรวมมีจำนวนมากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริงเกือบ 30,000 คะแนน พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบที่มาของคะแนนส่วนเกินดังกล่าว
ด้านจังหวัดอื่น ๆ ก็พบการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน นายภูวนาถ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคประชาชน เข้ายื่นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่นายทะเบียน เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการนับคะแนน หลังพบความผิดปกติหลายจุด โดยยืนยันว่าไม่ได้มุ่งประเด็นแพ้หรือชนะ แต่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้
ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดจันทบุรี ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งในเขต 1 และเขต 2 หลังพบข้อพิรุธของคะแนนที่มีการเปลี่ยนแปลง “เดี๋ยวเพิ่ม เดี๋ยวลด” สร้างความคลางแคลงใจต่อสาธารณชน โดย ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดจันทบุรี ชี้แจงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค และได้ส่งเรื่องให้ กกต.ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณา
กระแสเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ส่งผลให้สังคมจับตาบทบาทของ กกต. อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแรงกดดันให้เร่งสร้างความกระจ่าง โปร่งใส และความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า จะเป็นบททดสอบสำคัญขององค์กรอิสระในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองของประเทศ.



