เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่สำนักงานประกันสังคม(สปส.) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ได้มีสหภาพคนทำงานประมาณ 20 คน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ยื่นหนังสือถึงบอร์ดประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ (บอร์ดแพทย์) โดยมีรศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคม ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นผู้รับมอบ
สหภาพระบุว่าจากข้อมูล วันที่ 22 ม.ค. 2569 สำนักงานประกันสังคม(สปส ) เปิดเผยว่า ข้อมูลปี 2568 กองทุนมีเงินลงทุนสะสมมากกว่า 2.9 ล้านล้านบาท จากจำนวนผู้ประกันตน 24.8 ล้านคน โดยจ่ายสิทธิประโยชน์ 7 กรณี ซึ่งถือเป็นหลักประกันความมั่นคงของผู้ประกันตน แต่อย่างไรก็ตามสิทธิประโยชน์ยังต่ำเป็นอย่างมากจ่ายสิทธิล่าช้า เกิดปัญหาหาหนี้สินและภาระการตามเรื่องด้วยตัวเองตามมา และยังไม่สอดคล้องกับสภาพการครองชีพในปัจจุบันหลายด้าน

อีกประเด็น สปส.ได้ทำการร่างแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดสปส. จากเดิมใช้ปี 2564 โดยให้หนึ่งผู้ประกันตนเลือกผู้แทนได้หนึ่งคนเท่านั้น มีการแบ่งโควต้าผู้แทนตามมาตราโดยใช้สูตรคำนวณสัดส่วน มีการเปลี่ยนเกณฑ์การตัดสินผู้ชนะและการรวบรวมคะแนน นอกจากนี้การกำหนดเลือกตั้งวันที่ 19 ก.ค. 2569 แต่บอร์ดชุดปัจจุบัน หมดวาระก.พ. 2569 ทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจนานถึง 5 เดือน
สหภาพคนทำงาน และเครือข่ายสหภาพแรงงาน ได้ประชุมร่วมและระดมความคิดเห็นของ เพื่อนผู้ประกันตน จึงมาเรียกร้องต่อบอร์ดสปส.ดังนี้ 1. ค้านระเบียบการเลือกตั้งฉบับใหม่ที่กำลังทำประชาพิจารณ์อยู่ ซึ่งเป็นการลดอำนาจฝ่ายลูกจ้างจาก 7 เหลือ 1 คน กีดกันการรวมตัวเป็นทีม แบ่งแยกโควต้าและจำกัดสิทธิการเลือกผู้แทนตามมาตรา และยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจมากขึ้น 2.ประกันสังคมต้องกำหนดให้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง และประกาศให้ทราบอย่างทั่วถึง รวมไปถึงระบบการตรวจสอบที่มีมาตรฐาน เพราะบางโรงพยาบาลเอกชน กำหนดให้จ่ายส่วนต่าง ไม่ลงความเห็นให้ผ่าแบบส่องกล้อง

3.เพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ สิทธิทางทันตกรรม สำหรับบริการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และถอน/ผ่าฟันคุด ภายในวงเงิน 2,000 บาท/ปี เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงาน ปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตรา 80% ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท 4. กรณีผู้ประกันตนทำเรื่องร้องขอรับสิทธิ แต่ติดอุปสรรคปัญหาที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่ประกันสังคมขอให้พิจารณาหาผู้รับผิดชอบ จ่ายค่าปรับหรือค่าชดเชย
นายสมยศ กล่าวว่า เงินกองทุนประกันสังคมมีราว 2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมากเพียงพอที่จะดูแลชีวิตผู้ประกันตนให้ดีขึ้น ควรมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆให้มากกว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพราะมีการจ่ายเงินสมทบจาก 3 ฝ่ายและมีการจ่ายสมทบต่อเดือนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ม.ค.2569 ทั้งนี้ ประกันสังคมไม่ควรแปรเปลี่ยนจากการดูแลสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน ไปเป็นเพื่อนายทุนหรือธุรกิจ

“อัตราผลตอบแทนการลงทุนของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ราว 3 % ต่อปี ถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับของมาเลเซียที่ได้ 10-11 % ขอตั้งคำถามว่าเพราะมีการลงทุนในธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือนักการเมืองหรือไม่ และขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินบอร์ดประกันสังคมย้อนหลัง 10 ปีว่ามีคนร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ และหากบอร์ดทุกชุดบริสุทธิ์ใจต้องแสดงทรัพย์สินมาให้ดูด้วย”นายสมยศกล่าว
เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงรัฐบาลใหม่ นายสมยศ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องการไม่ได้มากมายแต่อย่างน้อยที่สุดคือต้องก้าวหน้ากว่าสิทธิ 30 บาท เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้คนว่างงานมากขึ้น เพิ่มสิทธิประโยชน์ชราภาพมากขึ้นให้มันได้น้ำได้เนื้อจากเงินที่เราส่งสะสมไป รัฐบาลชุดใหม่ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมากแค่ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ ตามที่หาเสียงไว้ก็คงดีไม่ใช่มาถึงแล้วจะมาบอกว่าใครจะมาประกันสังคม แล้วจะหาเงินเพราะที่ผ่านมาเบิกกันมั่ว เงินปราบยาเสพติดก็ยังมีเลย การทำเสื้อ ทำหมวกไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราเลย แต่เป็นความเป็นอยู่ที่ดีของผู้นำ

เมื่อถามว่าหากได้รัฐมนตรีคนเดิม คิดว่าประกันสังคมจะถูกแก้ไขอย่างไรหรือไม่ นายสมยศ กล่าวว่า ถ้าได้นายสุชาติ ชมกลิ่น กลับมาเป็นรมว.แรงงาน ก็หวังว่าจะทำอะไรให้บ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องประกันสังคม เรื่องค่าจ้างให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้พวกเราอยู่ในสภาพอย่างทุกวันนี้ แต่ต้องให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ทั้งค่าจ้าง สวัสดิการ ความมั่นคงในการทำงาน ค่าชดเชยต่างๆ
เมื่อถามถึงคุณสมบัติรมว.แรงงาน ที่อยากได้ นายสมยศ กล่าวว่า เราอยากได้แบบพรรคประชาชน ตรงใจพูดใช้แรงงานของจริง แต่ถ้ามา โดยรัฐบาลปัจจุบันโดยเฉพาะรัฐบาลของนายอนุทินก็หวังว่า เขาจะรับฟังความทุกข์ยากของพวกเรา และทำ ในสิ่งที่ควรจะทำ เพื่อ ประกันชีวิตความเป็นอยู่ของคนทำงาน.



