เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่สำนักงานประกันสังคม  นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และโฆษก สปส. แถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (ชุดที่ 14) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของบอร์ดชุดนี้ เนื่องจากจะหมดวาระวันที่ 13 ก.พ. 2569 ก่อนจะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ประมาณช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 2569 โดยวาระหนึ่งที่มีการพิจารณา มีเรื่องสิทธิทันตกรรมใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น คือ ผ่าฟันคุด

นางนิยดา กล่าวว่า คณะกรรมการการแพทย์ (บอร์ดการแพทย์) ได้เสนอเรื่องการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรม ซึ่งมติเดิมกรณีผู้ประกันตนไปเข้ารับบริการ “อุด ขูด ถอน” ที่ไปใช้ รพ.ของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย และเป็นไปตามอัตราของกระทรวงสาธารณสุขกำหนด แต่ก็มี รพ.รัฐบางแห่งไม่ได้ทำ MOU เรื่องทันตกรรมกับประกันสังคม บอร์ดแพทย์จึงขอมติจากบอร์ดประกันสังคม ว่า กรณีผู้ประกันตนไปใช้สิทธิ รพ.รัฐที่ไม่ได้ MOU ให้สามารถใช้บริการ โดยสำรองจ่ายก่อน และมาเบิกจ่ายกับทางประกันสังคม

“ส่วนเรื่องทันตกรรม กรณี ผ่าฟันคุดนั้น ยังเป็นลักษณะเดิม คือ หากเป็นกรณีไม่ยาก สามารถถอนได้ในอัตรา 1,500 บาท แต่ถ้ายุ่งยากปานกลางจะอยู่ที่อัตรา 2,500 บาทและต้องไม่เรียกเก็บ หรือผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย” นางนิยดา กล่าว

เมื่อถามว่ามีการหารือกับทันตแพทยสภา แล้วใช่หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ให้มีการทบทวนเรื่องอัตราการบริการ โฆษกประกันสังคม กล่าวว่า จะกำหนดไว้ใน MOU เบื้องต้นทางประกันสังคมได้สอบถามไปยัง รพ.รัฐ เอกชน และคลินิกทันตกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งมีประมาณ 5 พันกว่าแห่ง ส่งความคิดเห็นกลับมาประมาณ 1,800 แห่ง คิดเป็นประมาณ 30% ที่ส่งกลับมา โดยระบุว่า ยินดีเข้าร่วมและทำ MOU เรื่องผ่าฟันคุด ในอัตราดังกล่าวที่ไม่ต้องให้ผู้ประกันตนจ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้  หากการผ่าฟันคุด ค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อน ทางคลินิกสามารถส่งต่อไปยังสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมได้เช่นกัน โดยกรณีนี้ ทางบอร์ดแพทย์ให้มติมาสามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2569

อย่างไรก็ตาม เรื่องการแยกว่าผ่าฟันคุด จะเข้าข่ายยาก หรือง่ายนั้น จะเป็นหน้าที่วินิจฉัยของทันตแพทย์ โดยจะมีการจัดโปรแกรมเพื่อให้คลินิก หรือสถานพยาบาลที่เข้าร่วมแจ้งรายละเอียดในการผ่าเพื่อส่งเบิกกับประกันสังคม แต่ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายใดๆ คล้ายๆ ทันตกรรม 900 บาท ที่คลินิกจะบันทึกข้อมูลและส่งเบิกกับประกันสังคม

เมื่อถามว่า การทำ MOU กับคลินิกเอกชนจะต้องแยกกรณีผ่าฟันคุดออกมาต่างหากจากสิทธิทันตกรรมปกติใช่หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า  มีการหารือเรื่องนี้ โดยบอร์ดแพทย์มีข้อคิดเห็นมาเช่นกัน แต่เรามีความคิดเห็นเพิ่มเติม และส่งไปให้ทางบอร์ดการแพทย์ทบทวนอีกครั้ง

“สรุปคือ ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ผู้ประกันตนจะสามารถใช้สิทธิผ่าฟันคุดได้ ตามอัตราที่กำหนดคือ ผ่าแบบง่ายไม่เกิน 1,500 บาท และแบบยากไม่เกิน 2,500 บาท  ส่วนการบริการ รพ.รัฐไม่จำกัดวงเงิน แต่ต้องเป็นไปตามอัตราที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศไว้ ยกเว้นรพ.รัฐที่ไม่ได้ทำ MOU ก็สามารถใช้ได้ แต่ต้องสำรองจ่ายก่อนและมาเบิกกับประกันสังคม ปลายเดือนนี้จะร่วมกับทันตแพทยสภา เพื่ออบรมกับทางคลินิกทันตกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้” โฆษก สปส. กล่าว

นางนิยดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเรื่องการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน กรณีรักษาผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ และมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือ เครื่อง CPAP

โดย บอร์ดแพทย์ได้ประเมินผล และให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การส่งตรวจ  CPAP เช่น ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจภาวะหยุดหายใจระหว่างหลับต้องกี่ครั้ง และการส่งทำตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และต้องกำหนดรายละเอียดอุปกรณ์ให้ชัดเจน รวมถึงผู้ประกันตนที่จะได้รับเครื่องไปใช้ จะต้องมีการทดสอบเครื่องก่อนว่า สามารถใช้กับเครื่องนี้ได้หรือไม่ กำหนดเวลาทดสอบค่อนข้างชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ และกรณี รพ.ตามสิทธิไม่สามารถให้บริการเครื่อง CPAP ได้ ทางผู้ประกันตนสามารถไปตรวจ Sleep test ในสถานพยาบาลอื่นๆ ที่ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัย นี่คือ คณะกรรมการการแพทย์ได้เสนอให้บอร์ด สปส.พิจารณา

“ยังมีมาตรการระยะสั้นสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน โดยทุกครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมเสร็จแล้ว จะมีการแถลงต่อสาธารณชนให้ทราบว่า บอร์ดมีการพิจารณาเรื่องใดบ้าง สุดท้ายยังมีการพูดถึงระบบ SSO Plus ที่มีการใช้มาตั้งแต่ต้นปี แม้ระบบจะยังไม่ 100% แต่มีทิศทางดีขึ้น” นางนิยดา กล่าว.