เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.พ. 69 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง ว่า คนที่ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง หรือผลการนับคะแนนที่เกิดขึ้น ขออนุญาตเตือนครับ ทั้งในฐานะที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับการวางกฎกติกาเรื่องการเลือกตั้งมาหลายสิบปี และได้มีโอกาสเป็นผู้เล่น เข้าใจว่าทุก ๆ คนมีความไม่พอใจได้ จนถึงขั้นว่ากดดันก็อาจจะไม่แปลก แต่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบอันควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมไปถึงเลขาธิการ หรือผู้ทำหน้าที่ที่หน่วย หน้าที่ในส่วนของเขต หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนน ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถใช้กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินการได้

“หากมีหลักฐานการทุจริต หรือพบว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง สามารถนำพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งมีทั้งช่องทางของการให้ใบเหลืองและใบแดงตามขั้นตอน” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ ยังเตือนด้วยว่า การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรหรือขัดขวางกระบวนการของ กกต. โดยตรง ถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะมีความผิดแล้ว ยังจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ร้อง ถูกมองว่าเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนทางการเมืองในระยะยาว ส่วนการชุมนุมย่อยเพื่อแสดงออกนั้นทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสภาวะอนาธิปไตยที่ไม่สนกฎหมาย 

“วันนี้เริ่มมีคนพูดกันแล้วว่า ให้ลงถนนกันให้เต็มเมือง เพื่อที่จะได้เป็นเหตุให้ประกาศกฎอัยการศึกได้ทั่วประเทศ ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ดีทั้งกับคนที่คิดจะชุมนุมปลุกปั่น และคนที่รอจังหวะจะประกาศใช้กฎพิเศษ ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังพาบ้านเมืองไปสู่จุดที่อันตราย” นายเจษฎ์ กล่าว

“ภาวะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านไป มันยังมีทางออกอีกมากมาย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎหมาย ทำในสิ่งที่เหมาะที่ควร และบ้านเมืองจะเดินได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันหาจุดลงตัวได้ครับ แต่ทุกท่านต้องเข้าใจว่ามีกฎ กติกา มารยาทอยู่ และต้องถือตาม” นายเจษฎ์ กล่าว 

นายเจษฎ์ กล่าวถึงบทบาทของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากพบเห็นพฤติกรรม ไม่ชอบมาพากล  เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง หรือการเคลื่อนย้ายหีบบัตรที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยกำชับว่าตำรวจต้องคุ้มครองพยานอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ขอส่งสัญญาณเตือนไปยัง กกต. ว่า หากมีการร้องเรียนแล้ว กกต. นิ่งเฉย ประชาชนมีสิทธิดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต หรือแจ้งต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส

นายเจษฎ์ ได้เรียกร้องไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนให้แสดงน้ำใจนักกีฬา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาทับซ้อนหรือมีข้อกังขาเรื่องคะแนน หากการนับคะแนนใหม่ จะช่วยให้เกิดความชัดเจนและยอมรับกันได้ทุกฝ่าย ก็ควรสนับสนุนเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องติดหล่มความขัดแย้งทางกฎหมาย และคดีความที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในอนาคต

“ในนฐานะผู้เล่นด้วยกัน อยากจะร้องขอน้ำใจนักกีฬาจากผู้เล่นทั้งหลาย ถ้าเราไม่อยากให้น้อง ๆ เขาลุกลามบานปลาย โกรธขึ้นมากไปกว่านี้ ผมว่าน้ำใจนักกีฬาของพวกเรามันมีได้ ในพื้นที่ที่มีปัญหาจริง ๆ ในหน่วย ในเขต ที่มันมีประเด็นมากจริง ๆ นับใหม่ก็ต้องนับใหม่ หากเรารู้สึกว่าเราเล่นอย่างเป็นธรรม เป็นแฟร์เพลย์ นับใหม่ก็นับใหม่ น้ำใจนักกีฬา แสดงออกเถอะ  มันระงับปัญหาได้ดีกว่าเอาไปผูกโยงกับ กกต. ระงับศึกในบ้าน ด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา บ้านเมืองจะได้ไม่อยู่ในภาวะยาก น้อง ๆ จะได้ไม่ลำบาก ต้องติดคดี ต้องมีปัญหากับกฎหมาย” นายเจษฎ์ กล่าว.