นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 69 ว่า ผลสำรวจพบว่า ตรุษจีนปีนี้คึกคัก และจะมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 54,221.53 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 64 และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 68 ที่มีมูลค่าการใช้จ่ายที่ 51,787.52 ล้านบาท
“บรรยากาศตรุษจีนปีนี้คึกคัก เหมือนกับผลสำรวจวันวาเลนไทน์ปี 69 ที่มีเงินสะพัดสูงสุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน โดยภาคธุรกิจได้เตรียมสินค้าไว้ขายมากขึ้น ชี้ให้เห็นภาพว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้น แต่ยังไม่เท่ากับช่วงก่อนโควิด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเงินจากการเลือกตั้ง ที่เข้ามาช่วยเติมกำลังซื้อประชาชนให้มีมากขึ้น”
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ผลสำรวจยังพบอีกว่า คนส่วนใหญ่ 56.6% ไม่ไหว้เจ้า และ 43.4% ไหว้เจ้า โดยส่วนใหญ่มากถึง 70.3% บอกว่า ราคาสินค้าแพงขึ้น ส่งผลให้ต้องซื้อเฉพาะของที่จำเป็น ซื้อจำนวนเท่าเดิม ลดจำนวนชิ้น ใช้ของเหลือจากปีก่อน และลดคุณภาพลง มีเพียง 11.5% ตอบถูกลงเล็กน้อย และอีก 18.2% บอกไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ เมื่อถามว่า การใช้จ่ายเงินช่วงตรุษจีนปี 69 เทียบกับปี 68 เป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ 35.2% ตอบเท่าเดิม อีก 33.9% เพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ รายได้เพิ่มขึ้น แก้บน/ขอพรมากขึ้น ธุรกิจกำไรมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น และได้โบนัส และ 30.9% ลดลง เพราะลดค่าใช้จ่าน หนี้มากขึ้น เศรษฐกิจแย่ลง รายได้ลดลง การเมืองไม่นิ่ง ตกงาน และภัยธรรมชาติ
สำหรับการวางแผนการท่องเที่ยว ทำบุญในช่วงตรุษจีนนั้น ส่วนใหญ่ 55.9% ตอบว่าจะไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ, 34.7% ไม่ไป และ 7% ไปเที่ยวแบบค้างคืน โดย 93.2% เที่ยวในประเทศ และอีก 6.8% เที่ยวต่างประเทศ ส่วนเงินที่นำมาใช้จ่ายช่วงตรุษจีน พบว่า ส่วนใหญ่ 58.9% นำเงินเดือน/รายได้ปกติมาใช้จ่าย, 28.7% เงินออม, 6.2% โบนัส/รายได้พิเศษ, 5.7% ผู้ปกครอง/ญาติผู้ใหญ่ และอีก 0.5% เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ถึง 79.8% บอกว่า เศรษฐกิจปัจจุบันมีผลต่อการให้เงินแต๊ะเอีย มีเพียง 20.2% บอกมีผลน้อยถึงน้อยที่สุด แต่ยังคงให้แต๊ะเอียเท่ากับปีก่อน และมีบางส่วนจ่ายเพิ่มขึ้น และลดลงด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าห่วงสำหรับช่วงตรุษจีน ได้แก่ การขึ้นราคาของเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาล การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่แพงขึ้น การจี้/ล้วงกระเป๋า ปล้น และขโมย ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อุบัติเหตุจากการเดินทาง ความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยเมื่อไม่อยู่ อัคคีภัย



