จากกรณีเหตุทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิด ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยหนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัสคือ พลทหารปริวัตร์ มีมานะ สังกัด ร.6 พัน.1 เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 23 หมู่ 7 บ้านชาด ต.เค็งใหญ่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของพลทหารปริวัตร์ มีมานะ หรือพลทหารป้าง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยที่บ้านของพลทหารป้าง ปิดเงียบ เนื่องจากแม่และพี่ชาย หลังจากที่ทราบข่าวน้องชายเหยียบทุ่นระเบิด และได้มีการส่งตัวไปรักษาที่ รพ.สุรินทร์ ก็ได้รีบเดินทางไปหาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว ทำให้วันนี้ไม่มีคนอยู่ที่บ้านแต่อย่างใด

ทีมข่าวได้พูดคุยกับครูเพียรมณี จำปาโท อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านชาด ที่เคยสอน พลทหารปริวัตร์ และเป็นครูโรงเรียนเดียวกันกับพี่ชายของพลทหารปริวัตร์ ที่เป็นครูอัตราจ้างอยู่ คุณครูเปิดเผยกับทีมข่าวว่า ได้เคยสอนพลทหารป้าง เห็นพลทหารป้างมาตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล พลทหารป้าง เป็นเด็กดี มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นทหารตั้งแต่เด็กแล้ว ส่วนพี่ชายเขาก็เป็นครูอัตราจ้างที่สอนด้วยกัน เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ทำให้รู้สึกเสียใจและสงสารครอบครัวพลทหารป้าง เนื่องจากพี่ชายคนกลางกับพ่อต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด ส่วนแม่ก็ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ทำให้พี่ชายคนโตต้องคอยอยู่ดูแลแม่ที่บ้าน ล่าสุดพี่ชายเขาก็สอบผ่าน เตรียมตัวที่จะไปสอบสัมภาษณ์เป็นข้าราชการครูในอีก 2-3 วันนี้ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ก็ไม่จะรู้จะเป็นยังไงต่อ ครอบครัวตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน พอทราบข่าวก็พากันไปหาพลทหารป้าง ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้แล้ว อยากให้มีสวัสดิการให้กับทหารที่ต้องบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ด้านนายประยูร นิลเพชร อายุ 62 ปี ซึ่งอยู่ติดกับบ้านพลทหารป้าง เปิดเผยกับทีมข่าวว่า พลทหารป้างก็ถือเป็นลูกเป็นหลานของตน ตัวพลทหารป้างเองมีความตั้งใจที่จะเป็นทหาร โดยสมัครใจไปเป็นทหารเกณฑ์ และหวังที่สอบเป็นนายสิบต่อ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พลทหารป้างก็จะปลดประจำการแล้ว ก็กะว่าจะอยู่ต่อเพื่อรอสอบนายสิบ แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเสียก่อน ก่อนจะเกิดเหตุนั้น พลทหารป้างเพิ่งเดินทางกลับไปเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 69 ที่ผ่านมานี้เอง พลหทารป้างได้เดินทางมาเลือกตั้งที่บ้าน แต่ปกติแล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับทุกครั้ง พลทหารป้างจะให้คุณแม่ของตนผูกข้อต่อแขนให้ก่อนเดินทางกลับเสมอ แต่วันนั้นพลทหารป้างต้องกลับไปแต่เช้า คุณแม่ของตนยังไม่ตื่น ก็เลยไม่ได้ผูกข้อต่อแขนเหมือนทุกครั้ง ตนเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาทหารตามความเหมาะสม ตนเองก็รู้สึกตกใจและเสียใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุกาณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ทีแรกก็นึกว่าจะสงบและไม่เมีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว.



