สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่าการตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของ“ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยอาหาร โภชนาการ และสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งกำหนดเป้าหมายของรัฐบาลจนถึงปี 2573 ในการสร้างสมดุลระหว่างการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เดิมที รายงานฉบับดังกล่าวควระได้รับการเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของโครงการประชาธิปไตยโดยตรง ที่ทำให้กลุ่มล็อบบี้เกษตรกรรมไม่พอใจทันที โดยพวกเขากล่าวหารัฐบาลว่า คุกคามวิถีชีวิตของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของภาครัฐกลับสร้างความไม่พอใจในประเทศ ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอย่างสเต็ก และเฟรนช์ฟรายส์ รวมถึงเนื้อตุ๋นไวน์แดง แม้มีหลักฐานว่า การผลิตเนื้อสัตว์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกเหนือจากความกังวลด้านสุขภาพ การผลิตอาหารโดยรวมก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ใน 4 ของฝรั่งเศส ขณะที่การผลิตเนื้อสัตว์คิดเป็น 2 ใน 3 ของปริมาณดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสจึงลังเลว่า จะขอให้ประชาชน “ลด” การบริโภคเนื้อสัตว์ หรือเพียงแค่ “จำกัด” การบริโภค

แม้จะส่งเสริมการรับประทานอาหารที่เน้นผลไม้ ผัก และธัญพืชไม่ขัดสี แต่แนวทางใหม่นี้เรียกร้องให้ “จำกัด” การบริโภคเนื้อสัตว์โดยรวม รวมถึงเนื้อแปรรูป และ “ลด” การนำเข้าเนื้อสัตว์.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES