เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 69 นายวิโรจน์ ศรีสังข์ นายกเทศมนตรีตำบลสีมามงคล ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้ป่า ในเขตพื้นที่หมู่ 10 บ้านซับตะเคียน ต.กลางดง อย่างรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้ นางบังอร รุนดารัตน์ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลสีมามงคล และนายตันติกร อยู่เจริญ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมนำกำลังพร้อมรถดับเพลิง 2 คัน อุปกรณ์ดับไฟป่า เครื่องเป่าลม ถังเป้สะพายน้ำ เครื่องตบไฟ รีบรุดออกไปตรวจสอบ พร้อมรายงานให้นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง ได้รับทราบ

โดยมีการวางแผนในการเข้าดับไฟ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พบว่าไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสัก ที่อยู่ในพื้นที่สวนป่ากลางดง เขตป่าสงวน หลายพันไร่ ไฟได้เผาไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง เนื่องจากมีเชื้อเพลิงใบต้นสักแห้งทับถมกันหนาเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีในช่วงหน้าแล้ง จนไฟลุกลามไปไหม้กอไผ่จำนวนมากอย่างรุนแรง ประกอบกับมีเสียงระเบิดจากปล้องไม้ไผ่ที่ถูกไฟเผาไม้เป็นระยะ ยิ่งกว่าในสมรภูมิรบ และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จึงประสานขอกำลังไปยัง ชุดดับไฟป่า หน่วยป้องกันรักษาป่า นม.1 (ปากช่อง) และหน่วยงานอื่น เพื่อสนับสนุน เช่น เทศบาลตำบลกลางดง, อบต.หนองน้ำแดง, อบต.ปากช่อง, อบต.พญาเย็น ชุดจิตอาสาดับไฟป่า พร้อมผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านซับน้ำเย็น ต.ปากช่อง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านปางอโศก, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านซับตะเคียน และผู้ใหญ่บ้านถ้ำเต่าพัฒนา ต.กลางดง ร่วมดับไฟ โดยใช้เวลากว่า 5-6 ชม. จึงสามารถดับไฟลงได้ พบว่าไฟผลาญผืนป่าไปกว่า 200 กว่าไร่เศษ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้ง ฝนทิ้งช่วงระยะนาน ทำให้ใบไม้ผลัดใบแห้งหล่นลงมาทับถมกันที่พื้น ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเกิดไฟไหม้ป่าครั้งนี้ เชื่อว่าเกิดจากมีคนจุดไฟลอบเผาป่า จากการล่าสัตว์ หรือหวังผลอื่นๆ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้มาลอบเผา ซึ่งไฟป่าเกิดจากธรรมชาติคงยาก แต่ยังโชคดีที่ไม่มีบ้านเรือนประชาชน แต่มีต้นสักขนาดใหญ่ถูกไฟเผาได้รับความเสียหายหลายร้อยต้น ซึ่งผู้ที่ลอบเผาไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะการเผาป่าสวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หาพบว่าเผาป่าเนื้อที่เกิน 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 -20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535

จึงขอฝากผู้นำชุมชนคอยสอดส่องดูแลช่วยกัน เพราะเป็นช่วงหน้าแล้ง เมื่อเกิดไฟไหม้ก็จะมีลมพัดแรงทำให้ไฟลุกลามได้ง่าย และเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหากระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน






