เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พรรคไทยสร้างไทย นำโดยนายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายภัชริ นิจสิริภัช และนายโรจนินท์ ศิริเบญญาภิรมย์ สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ร่วมแถลงข่าวก่อนลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานการทุจริตเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ส่อว่าจะมีการทุจริตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย
โดยนายศุชัยวุธ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 41 (2) (3) และมาตรา 50 (1) และมาตรา 51 ให้สิทธิประชาชนร้องทุกข์และฟ้องหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัริย์ทรงเป็นประมุข และต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ขณะนี้พรรคไทยสร้างไทยได้รับข้อมูล และหลักฐานเชิงประจักษ์จากประชาชนจำนวนมาก ที่ส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นความแตกต่างของจำนวนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อในบางเขต ที่มีจำนวนห่างกันนับหมื่นใบ รวมถึงการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาการซื้อเสียงที่ปรากฏเป็นข่าว แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่า กกต. ได้จัดการกับปัญหาดังกล่าวหรือไม่อย่างไร อันอาจจะเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้น ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ด้านนายภัชริ กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 85 ที่ระบุชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ แต่จากการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งพบว่ามีการระบุรหัสบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดที่สามารถสืบสาวกลับไปยังต้นขั้ว และระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งอาจขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ แม้ กกต.อ้างว่าจะมีการจัดเก็บอย่างดีเพื่อเป็นความลับ และปลอดภัย พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าว เกิดจากการจัดการและควบคุมดูแลการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (1) (2) ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เพื่อให้เห็นว่าคนไทยมีสิทธิร้องทุกข์ และฟ้องหน่วยงานของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 (2) (3) และมาตรา 50 (1) และมาตรา 51 เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน และสร้างบรรทัดฐานความถูกต้องให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้



