เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 69 นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานจาก นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์
ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 69 ภายใต้การกำกับการของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้รับการประสานงานจาก หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ว่า พบช้างป่าบาดเจ็บขาหน้าด้านซ้าย ในพื้นที่บ้านโนนสมพร อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว จึงขอรับการประสานทีมสัตวแพทย์ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรักษาช้างป่าบาดเจ็บตัวดังกล่าว จึงประสานทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล ประกอบด้วย หัวหน้าและเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง ผลักดันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ชุดที่ 3 ฝ่ายปกครองท้องถิ่น และอาสาสมัครติดตามเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่

พบช้างป่าเพศเมีย จำนวน 1 ตัว อายุประมาณ 40 ปี น้ำหนักประมาณ 2,000-2,500 กิโลกรัม ความสูงประมาณ 2.5-2.7 เมตร ลักษณะร่างกายผอม แสดงอาการยืนสลับย่อตัว และล้มตัวนอน ไม่เคลื่อนที่ แสดงถึงพฤติกรรมความเจ็บปวด พบความผิดปกติบริเวณต้นขาหน้าด้านซ้าย มีลักษณะบวม อักเสบ ไม่ลงน้ำหนัก งอข้อเท้า และพบบาดเเผลฟกช้ำบริเวณฐานเต้านมด้านซ้าย และมีของเหลวใสปนเลือดซึมออกมาที่เต้านม ทีมสัตวแพทย์ให้ยารักษาโดยใส่ในผลไม้ ให้ช้างป่ากิน ได้ครบถ้วนตามแผนการรักษาเบื้องต้น

จากนั้นวันที่ 13 ก.พ. 69 จากการติดตามการรักษา พบว่า เวลา 09.30 น. ช้างป่าสามารถเดินจากจุดที่พบเมื่อคืนมาประมาณ 100 เมตร และล้มตัวลงนอนตะแคงด้านซ้าย ไม่สามารถลุกยืนได้ วัดอัตราการหายใจได้ปกติ (9-12 ครั้งต่อนาที) เมื่อโยนหยวกและผลกล้วยให้ ช้างป่าสามารถใช้งวงหยิบอาหารกินได้เอง

เวลา 10.00 น. ทีมสัตวแพทย์พิจารณาให้ยาแก้ปวด ยาระงับการอักเสบ ยาฆ่าเชื้อ และวิตามินบำรุง โดยค่อยๆ เดินย่องไปทางด้านหลังช้างป่าอย่างระมัดระวัง แล้วฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อได้สำเร็จ จากนั้นเฝ้าดูอาการ 60 นาที พบว่าช้างป่าพยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง จึงทำการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

เวลา 13.00 น. ทำการใส่เม็ดยาแคลเซียม ในอ้อยและกล้วย ให้ช้างกิน จนครบตามแผนการรักษา ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จึงวางแผนช่วยพยุงช้างป่าด้วยรถแบ๊กโฮและสายสะพาย ปรากฏว่าช้างป่าสามารถลุกขึ้นยืนได้เองเวลา 13.30 น.

เวลา 14.00 น. ทีมเจ้าหน้าที่ช่วยกันเฝ้าสังเกตอาการช้างป่า พบว่าช้างป่ายืนนิ่ง ไม่เดิน เมื่อเจ้าหน้าที่นำอาหารไปให้ ช้างป่าให้ความสนใจและกินได้ปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกห่างจากช้างป่า ช้างป่าแสดงพฤติกรรมโบกหู ใช้งวงโน้มกิ่งไผ่ และเอนตัวลงนอนในคูน้ำที่แห้ง ซึ่งบ่งชี้ว่าช้างป่าเหนื่อยล้าจากอาการบาดเจ็บ และค่อนข้างสบายใจ ไม่เครียด แต่ยังตื่นตัวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่

เวลา 15.00-18.00 น. ทีมเจ้าหน้าที่ตักน้ำราดช้างป่าเพื่อระบายความร้อน และจัดเตรียมถังน้ำดื่มและอาหารไว้ พบว่า ช้างป่ามีอาการดีขึ้นตามลำดับ มีแรงลุก-นอน ถี่ขึ้น แต่ยังคงไม่เดิน

เวลา 20.00 น. ช้างป่านอนกรน ทีมสัตวแพทย์จึงเฝ้าติดตามประเมินอาการอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้กำชับทีมสัตวแพทย์เฝ้าติดตามประเมินอาการอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติงานเป็นประการใด จะรายงานให้ทราบต่อไป.